(VOVworld) – นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2006 ในตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แนวเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตกหรือ EWEC ได้มีส่วนร่วมไม่น้อยต่อการพัฒนาของแต่ละประเทศสมาชิก จากความได้เปรียบคือจังหวัดเริ่มต้นที่ติดกับจังหวัดต่างๆในภาคกลางเวียดนาม กว๋างจิ เป็น 1 ใน 3 จังหวัดภาคกลางเวียดนามที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจาก EWEC
![]() จุดผ่านแดนลาวบ๋าว (Photo VGP)
|
EWEC เป็น 1 ใน 5 แนวเศรษฐกิจในเขตอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงขยายวงหรือจีเอ็มเอส ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมปี 2006 นี่คือโครงการใหญ่ผ่าน 13 จังหวัดของ 4 ประเทศ เวียดนาม ลาว ไทยและเมียนมาร์รวมระยะทาง 1,450 ก.ม. ซึ่งมีปลายทางในทิศตะวันตกคือเมืองท่ามะละแหม่ง ผ่านรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมาร์ จังหวัดยโสธรและมุกดาหารของไทย แขวงสุวรรณเขตของลาว จังหวัดกว๋างจิ เถื่อเทียนเว้และปลายทางในทิศตะวันออกคือนครดานังของเวียดนาม
เนื่องจากแนวเศรษฐกิจนี้พาดผ่านหลายประเทศ จึงได้ช่วยขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับท้องถิ่นต่างๆของประเทศที่ตั้งอยู่เลียบตามแนวเศรษฐกิจนี้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งนี้อีกด้วย ในความเป็นจริง EWEC เชื่อมโยงกับเส้นทางเหนือจรดใต้ของหลายประเทศ เช่น ย่างกุ้ง – ทวาย เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ ทางหลวงหมายเลข 13 ของลาวและทางหลวงหมายเลข 1 เอของเวียดนาม ซึ่งช่วยให้จังหวัดกว๋างจิและจังหวัดต่างๆในแนวเศรษฐกิจนี้มีศักยภาพในการพัฒนาการค้าจากเหนือจรดใต้ไปยังศูนย์กลางการค้าใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯและนครโฮจิมินห์ เป็นต้น จากความได้เปรียบดังกล่าว ได้มีการสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 15 แห่งเพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้าจังหวัดกว๋างจิ ควบคู่กันนั้น ทางจังหวัดได้ปฏิบัตินโยบายให้สิทธิพิเศษต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนตามกฎหมายเวียดนาม เช่น ให้เช่าดินในราคาพิเศษ ให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้ สนับสนุนการฝึกอบรมแหล่งบุคลากรและค่อยๆก่อสร้างโรงเรียนสอนอาชีพเพื่อสนับสนุนให้แก่การพัฒนาทั่วไป นายเหงียนวันบิ่งห์ ผู้อำนวยการศูนย์ดูแลการนำเข้าจังหวัดกว๋างจิประเมินว่า “ปัจจุบันนี้ จังหวัดกำลังทำการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโดงห่าไปทางทิศใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร และเมื่อมีการเปิดเขตเศรษฐกิจนี้ก็จะช่วยเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกหมีถวีและทำให้ระยะทางของแนวเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตกสั้นลงประมาณ 150 ก.ม.”
![]() พื้นที่ส่วนหนึ่งในเขตเศรษฐกิจลาวบ๋าว (Photo Internet)
|
จากความพยายามดังกล่าว ในเบื้องต้น ทางจังหวัดสามารถดึงดูดนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ เช่น เครือบริษัท CAMEL ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรถจักรยานและจักรยานยนต์ บริษัทผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง SUPER HORSE เครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทยและเครือบริษัทต่างๆของสิงคโปร์ นายเหงียนก๊วกต๊วน รองผู้อำนวยการสำนักงานวางแผนและการลงทุนจังหวัดกว๋างจิเผยว่า “ในช่วงสองสามปีมานี้ จังหวัดกว๋างจิได้รับความสนใจจากเครือบริษัทใหญ่ๆ ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของบริษัทการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย EGTA และการเปิดสาขาที่ประเทศเวียดนาม โดยคาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ โดยใช้เงินทุนประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนจังหวัดกว๋างจิได้เตรียมพื้นที่ 400 เฮกตาร์ในบริเวณรอบท่าเรือหมีถวีให้แก่โครงการดังกล่าว เมื่อเร็วๆนี้ กลุ่มบริษัท KinderWorld ที่ประกอบธุรกิจด้านการศึกษาของสิงคโปร์ก็มาเจาะตลาดที่เขตท่องเที่ยวเกื๋อตุ่ง เกื๋อเหวียดและเกาะโก่นก๋อเพื่อปฏิบัติโครงการก่อสร้างเขตท่องเที่ยวและการศึกษาที่จังหวัดกว๋างจิ นอกจากนี้ บริษัทอมตะของไทยและ VSIP ของสิงคโปร์ก็กำลังศึกษาโอกาสการลงทุนในจังหวัดอีกด้วย”
นอกจากนั้น ที่จังหวัดกว๋างจิ รัฐบาลเวียดนามกำลังส่งเสริมการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจลาไลที่ติดกับแขวงสาละวันของลาว ส่วนแขวงสาละวันของลาวก็ติดกับจังหวัดอุดรธานีของไทย ซึ่งจะมีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงไทย – ลาวแห่งที่ 4 ซึ่งจะสนับสนุนให้แก่แนวเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตกและช่วยให้การเชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่นต่างๆในแนวเศรษฐกิจนี้มีความหลากหลายและสะดวกมากขึ้นในอนาคต.


