หากค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด “เรียนภาษาไทย” คุณก็สามารถพบช่อง TikTok Intat Vu ของครูเหงียนลองหวู อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศและ ปัจจุบันเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมต้น นามตื่อเลียม (Nam Từ Liêm) ในกรุงฮานอย ซึ่งไม่เพียงสอนภาษาเท่านั้น แต่ชั้นเรียนออนไลน์บน TikTok ของครูหวู ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ วันในเวลา 19.30 น. ยังคงเป็นเวทีที่แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อนำวัฒนธรรมไทยใกล้ชิดกับชาวเวียดนามมากขึ้น ปัจจุบัน ช่อง Intat Vu มีผู้ติดตามมากกว่า 4,000 คน

“ผมเลือก TikTok เพราะมองว่าเป็นช่องทางที่เข้าถึงง่ายที่สุด สำหรับผู้เริ่มต้นครับ ภาษาไทยตัวอักษรค่อนข้างยาก ถ้าเริ่มจากตำราเลยอาจจะรู้สึก 'ท้อ' ได้ง่าย TikTok เลยเหมือน “จุดเริ่มต้น” ที่สนุกและไม่เครียด ช่วยให้คนคุ้นเคยกับภาษาได้ทันทีผ่านมือถือ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาหรือค่าใช้จ่ายเหมือนห้องเรียนปกติ”

ไม่เพียงแต่เผยแพร่บนชั้นเรียนออนไลน์เท่านั้น แต่เนื้อหาที่ครูหวูและ content creator รายอื่น ๆ กำลังสร้างสรรค์ยังมีส่วนช่วยสร้างสรรค์ “สะพานดิจิทัล” ระหว่างชาวเวียดนามกับชาวไทยผ่านวิดีโอสั้นๆ ที่เสนอภาษา วิธีการทักทาย อาหารหรือวิถีชีวิตประจำวัน ผู้ชมไม่เพียงแต่ได้รับความรู้เพิ่มเติม หากยังสามารถสัมผัสในด้านวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดและคล้ายคลึงกันระหว่างสองประเทศอีกด้วย มีส่วนช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศและคนไทยสู่สายตาของชาวเวียดนามมากขึ้น โดยเฉพาะเปิดโอกาสให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันโดยคนไทยก็สามารถเข้าถึงและตอบกลับได้โดยตรงบนคลิปวิดีโอเหล่านี้ด้วย

"การที่มีช่องสอนและนำเสนอเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมไทยผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หนูรู้สึกว่ามีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ เพราะเพื่อน ๆ ชาวเวียดนามสามารถเรียนภาษาไทย และทำความรู้จักกับวัฒนธรรมไทยได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะใน tiktok ที่คลิปสั้น ถ้าคอนเทนต์สนุกน่าสนใจ คนที่เห็นก็จะจำได้ง่าย และอยากเรียนมากขึ้นค่ะ ช่อง tiktok ของน้อง Vũ เป็นอีกหนึ่งช่องที่ดีมาก ๆ ค่ะ ทั้งสนุกและได้ความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยมากมาย คอนเทนต์ก็มีหลากหลายด้วยค่ะ"

ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ชาวเวียดนามสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมและคนไทยได้อย่างง่ายขึ้น อันเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งนั้นต้องใช้เวลาในระยะยาว ที่ต้องอาศัยการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน นี่ก็เป็นความเห็นของครูหวูและอาจารย์ กวิ่งจาง อาจารย์ประจำสาขาไทยศึกษา คณะเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย

“คลิปสั้นเปรียบเสมือน 'ตัวจุดประกาย' แรงบันดาลใจ และช่วยทบทวนคำศัพท์ได้ดีมาก แต่มันไม่สามารถทดแทนการเรียนอย่างเป็นระบบได้ทั้งหมดครับ ผมแนะนำเสมอว่า ให้ใช้ TikTok เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ใหม่ๆของภาษา ของวัฒนธรรม และอัปเดตคำสแลง แต่ถ้าอยากเก่งจริงเพื่อไปใช้ในการสื่อสาร การทำงาน เรายังจำเป็นต้องมีไวยากรณ์ที่แม่นยำ เป็น “แกนหลัก””

“การเรียนภาษาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียหรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Tiktok ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีในยุคใหม่ ยุคดิจิทัล แพลตฟอร์มเหล่านี้ก็จะช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงภาษาในเชิงรุกและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว และใกล้เคียงกับบริบทการสื่อสารในชีวิตจริง”

ข้อคิดเห็นของครูหวูและอาจารย์ จาง ได้แสดงให้เห็นว่า ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ควบคู่กับหลักสูตรการเรียนที่เป็นระบบ คนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามมีโอกาสเข้าถึงชีวิตและคนไทยได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น มีส่วนช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้ง่ายขึ้นและใกล้ชิดมากขึ้น ในความเป็นจริง คนรุ่นใหม่ชาวเวียดนามจำนวนมากกำลังใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อศึกษาและเรียนรู้วัฒนธรรมไทยตามความนิยมของตนเองดั่งกรณีของนางสาว ตู้แองและนาย ยาฮวี ซึ่งเป็นผู้เรียนในชั้นเรียนภาษาไทยผ่านช่อง Tiktok ของครูหวู และปัจจุบันกำลังทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย

“ สวัสดีค่ะ หนูชื่อ ตู๊แอง มาจากหมกโจว จังหวัดเซินลา หนูเริ่มเรียนภาษาไทยออนไลน์ค่ะ ตามความเห็นของหนู การเรียนภาษาไทยผ่านโซเชียลมีเดียช่วยให้เราเข้าถึงแหล่งความรู้และประโยคที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่น ค่าใช้จ่ายฟรีหรือค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมของไทย พัฒนาการออกเสียงผ่านวิดีโอและได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย”

“ สวัสดีครับ ผมชื่อยาฮวี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่ทำงานอยู่ในบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี Center ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ผมเรียนไวยากรณ์กับอาจารย์ผ่านชั้นเรียนออนไลน์ และเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ เช่น YouTube และโซเชียลมีเดีย เพื่อเพิ่มพูนคำศัพท์ของตัวเอง ผ่านโซเชียลมีเดีย ผมไม่ได้เรียนรู้แค่คำศัพท์เท่านั้น หากยังได้เรียนรู้วิธีที่คนไทยแสดงออก ใช้คำสแลงอย่างไรและติดตามเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ นอกจากนี้ เมื่อผมทำคอนเทนต์ TikTok “Ăn Cơm ở Thái” ของตัวเอง ผมยังได้เรียนรู้วิธีโต้ตอบกับผู้ติดตามชาวไทยโดยตรง ซึ่งช่วยให้ผมสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบไทยได้”

อาจกล่าวได้ว่า ยุคดิจิทัลไม่เพียงแต่เปิดโอกาสด้านการศึกษาเท่านั้น หากยังช่วยสร้าง “สะพานเชื่อม” ทางวัฒนธรรมระหว่างเวียดนามกับไทยอีกด้วย ผ่านภาษาและแพลตฟอร์มดิจิทัล การพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ ความผูกพันและกระชับความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศในสภาวการณ์การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกในปัจจุบัน.