นี่ถือเป็นก้าวพัฒนาใหม่ครั้งล่าสุดภายใต้แผนของรัฐบาลสู่การเป็น "มหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวของเอเชีย" ระยะปี 2023-2028 โดยเฉพาะเมื่อประเทศนี้กำลังรับตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2026 เป็นโอกาสทองสำหรับการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวที่วางไว้ ขอเชิญทุกท่านรับฟังบทความเกี่ยวกับกลยุทธ์นี้ของประเทศฟิลิปปินส์ผ่านมุมมองของคุณ ฝ่าม ฮา ผู้สื่อข่าวประจำอินโดนีเซีย ที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภูมิภาคอาเซียนด้วยกันนะค่ะ
หนึ่งในข่าวล่าสุดเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์คือ ประเทศนี้ได้รับการยกย่องเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดสำหรับการเกษียณในเอเชียจากพิธีประกาศรางวัล TripZilla Excellence Awards ครั้งที่ 11 ซึ่งไม่เพียงแค่จากมุมมองของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ความคิดเห็นที่ “เฉียบแหลม” ของกลุ่มผู้สูงวัยนั้น ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันที่นับวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของฟิลิปปินส์ในฐานะเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนหย่อนใจ
สำหรับประเทศฟิลิปปินส์ที่มีเกาะกว่า 7,000 แห่ง และดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยชายหาดระดับโลกพร้อมประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลาย โดยกลุ่มผู้รักธรรมชาติจะมีโอกาสสัมผัสแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการรับรองจากองค์กรยูเนสโก รวมถึงสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและสัตว์ป่าหายาก นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังมีนโยบายการออกวีซ่าท่องเที่ยวที่ยืดหยุ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ด้วยเงื่อนไขและสิทธิพิเศษต่างๆ ที่น่าสนใจ ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง รวมถึงวัฒนธรรมและความเป็นมิตรของชาวฟิลิปปินส์ล้วนเป็นปัจจัยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายในจุดหมายปลายทางที่สวยงามราวกับสวรรค์ เช่น เซบู อิโลอิโล ดาเวา อัลบาย ซอร์โซกอน หรือดูมาเกเต ด้วยเงินเพียงเดือนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ผู้สื่อข่าว ฝ่ามฮา ได้แสดงความเห็นว่า
“แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติของฟิลิปปินส์หรือ NTDP ระยะปี 2023-2028 ได้วางเป้าหมายไม่เพียงแค่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและโอกาสการเข้าถึงการท่องเที่ยว รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้และความเชื่อมโยงอย่างรอบด้านเท่านั้น แต่ยังมีการยกระดับคุณภาพเชิงประสบการณ์ให้แก่ผู้มาเยือน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวที่ตั้งไว้โดยเร็ว”
เมื่อปี 2025 กระทรวงการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ได้ประกาศแผนการขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อมุ่งเน้นมรดกและวัฒนธรรม โดยรัฐบาลได้วางแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ผสานการท่องเที่ยวเชิงมรดกและวัฒนธรรมให้เข้ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ซึ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ ด้วยระบบถนนท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างกว่า 700 กิโลเมตรทั่วประเทศ เปิดโอกาสในการเข้าถึงจุดหมายปลายทางที่ห่างไกล พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ ขณะที่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจสำหรับสนามบินโบโฮลก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของทางการฟิลิปปินส์ในการเสริมสร้างความเชื่อมโยง ช่วยขยายขีดความสามารถของสนามบิน ทำให้จำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคได้เยอะขึ้น ซึ่งคาดว่า การเชื่อมต่อระหว่างหมู่เกาะและจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสน่ห์ของฟิลิปปินส์ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำ
“รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังได้เสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนท้องถิ่นผ่านโครงการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น โครงการ Tourism Champions Challenge (TCC) หรือ โครงการ Philippine Experience Program (PEP) ซึ่งนำเสนอทัวร์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ และประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ โดยเมื่อปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มีส่วนสนับสนุนวงเงิน 3.86 ล้านล้านเปโซ หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ พร้อมสร้างงานทำ 6.75 ล้านตำแหน่ง”
คาดว่า การท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2026 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจสูงถึง 6.3 ล้านคน เนื่องจากการปรับปรุงศักยภาพการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นและการขยายเส้นทางบินทั้งในตลาดภายในประเทศ ภูมิภาค และระหว่างประเทศ การนำระบบวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์มาใช้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงความหลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น โดยการฟื้นฟูงบประมาณที่ตั้งไว้ใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันล้านเปโซภายในปี 2026 จากตัวเลขเดิมที่ 100 ล้านเปโซ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน ขณะที่การเป็นเจ้าภาพจัดงานต่างๆ ของอาเซียนในระหว่างที่ฟิลิปปินส์ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนนั้น ยังเปิดโอกาสในการส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฟิลิปปินส์สู่สายตาชาวโลกอีกด้วย
ทั้งนี้ ในฐานะเป็นประธานอาเซียนปี 2026 ฟิลิปปินส์จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEAN Tourism Forum (ATF) ที่จะมีขึ้น ณ เมืองเซบู รวมถึงการประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน ซึ่งคาดว่า จะมีการประกาศแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนฉบับใหม่ ถือเป็นกรอบการทำงานที่สำคัญในการชี้นำกลุ่มประเทศสมาชิกให้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นในการพัฒนา บริหารจัดการ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่จะถึง.
