(VOVworld) – การจราจรในกรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นอัมพาตใน
อีก 3-5 ปีข้างหน้า ส่วนที่กัมพูชา อุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุด ในขณะเดียวกัน เวียดนามมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรกว่า 8 พันคนต่อปี ประชาชนอาเซียนกว่า 600 ล้านคนกำลังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่นรถติด โครงสร้างพื้นฐานที่มีข้อจำกัดและอุบัติเหตุจราจร นี่คือข้อมูลที่น่าวิตกกังวลที่ถูกเสนอในฟอรั่มตำรวจจราจรอาเซียนครั้งแรก นอกเหนือจากเนื้อหาด้านความร่วมมือ การบริหารและการฝึกอบรมตำรวจจราจรของอาเซียน


หัวหน้าของคณะผู้แทนอาเซียนแสดงความสามัคคี (vietnamplus)

ผู้แทนเกือบ 100 คนจาก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียนยกเว้นบรูไนที่เข้าร่วมฟอรั่มตำรวจจราจรอาเซียนในระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน ณ กรุงฮานอย ได้เห็นพ้องกันว่า สถานการณ์ความปลอดภัยและความมีวินัยในการใช้รถใช้ถนนของประเทศสมาชิกอาเซียนมีความคล้ายคลึงกัน อุบัติเหตุจราจรยังคงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุยังคงอยู่ในระดับสูง ปัญหารถติดทำให้เสียเวลา เสียเงินและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้รถใช้ถนน จากประสบการณ์ในการรักษาความปลอดภัยทางถนน พันตำรวจโท Ruilin Zheng จากคณะกรรมการฝึกอบรมและวางแผนของสำนักงานตำรวจจราจรสิงคโปร์ได้เผยว่า“สิ่งที่สำคัญคือการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่คนขับรถ อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจรในสิงคโปร์เมื่อปี 2015 อยู่ในระดับต่ำ แต่พวกเราเห็นว่า ถึงแม้จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรจะอยู่ในระดับต่ำก็ต้องให้ความสนใจ ให้ความรู้และต้องมีมาตรการลงโทษที่เข้มงวดตามข้อกำหนดของกฎหมาย”
เพื่อลดอุบัติเหตุจราจร นอกจากการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนแล้ว ต้องบังคับใช้ระเบียบวินัยที่เข้มงวดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร ควบคู่กันนั้น รัฐบาลต้องมีมาตรการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหารถติด พลตำรวจโท วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไทยได้แสดงความเห็นว่า“เรามีหลายขั้นตอน จากครั้งแรกที่กระทำผิด ถ้าเป็นข้อหาสำคัญ เป็นข้อหาหลักอย่างเช่น ฝ่าไฟแดง เราจะมีการตัดคะแนนใบขับขี่และบันทึกไว้ หลังจากครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 คะแนนหมดก็จะมีการพักใช้ใบอนุญาต ถ้าเกิดถึงขนาดมากๆ คดีใหญ่ๆจะเพิกถอนเลย ไม่ให้ขับรถอีก แต่หลังจากเราบังคับใช้กฎหมายไปเรื่อยๆ ทุกอย่างได้เริ่มเข้าสู่ระบบและเป็นระเบียบมากขึ้น ในระยะยาว รัฐบาลจึงวางระบบขนส่งมวลชนเป็น Mass transit โดยใช้รถไฟฟ้า ขณะนี้กรุงเทพฯกำลังทำระบบรถไฟฟ้าใต้ดินให้เต็มnetwork เต็มโครงข่ายของกรุงเทพมหานคร คาดว่า จะดำเนินการได้เสร็จสิ้นและใช้ระบบได้เต็มระบบภายในปี 2018 ”


ผู้แทนเกือบ 100 คนจาก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียนยกเว้นบรูไนเข้าร่วมฟอรั่มตำรวจจราจรอาเซียน (dangcongsan.vn)

บทปราศรัยในการประชุมได้ระบุถึงความแตกต่างของสำนักงานที่เกี่ยวข้องของอาเซียนในการประกาศใช้ข้อกำหนด การบริหารและออกใบขับขี่ เช่นประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ตำรวจจราจรมีหน้าที่ตรวจสอบการออกใบอนุญาตขับขี่และคนขับรถ ส่วนที่เวียดนาม หน่วยงานคมนาคมขนส่งรับผิดชอบในด้านนี้ แต่ประเทศอาเซียนก็มีความคล้ายคลึงกันคือ การบริหารความปลอดภัยและระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนนตามข้อกำหนดของกฎหมายการจราจร
พลตำรวจโท รุนรอด เวอซีนา ผู้บัญชาการตำรวจจราจรและความเป็นระเบียบเรียบร้อยสาธารณะของกรมตำรวจแห่งชาติสังกัดกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้เผยว่า“กัมพูชาหวังว่า จะมีการจัดฟอรั่มแบบนี้อีก และถ้าหากพวกเรามีกฎหมายจราจรอาเซียน ก็จะอำนวยความสะดวกให้แก่การขนส่งผ่านเขตชายแดนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน นี่คือฟอรั่มเพื่อให้พวกเราหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผ่านฟอรั่มนี้ ผมเห็นว่า เวียดนามได้ประสบความสำเร็จในการนำประเทศสมาชิกอาเซียนกระเถิบเข้าใกล้กัน หวังว่า ในอนาคต สถานการณ์ความปลอดภัยและระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนนในอาเซียนจะบรรลุผลงานที่น่ายินดี”
ในการปิดฟอรั่ม บรรดาผู้แทนอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ร่วม โดยเห็นพ้องกันว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนจะผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพจัดฟอรั่มตำรวจจราจรอาเซียนเป็นประจำทุกปี เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในการบริหารความปลอดภัยและระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนน แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย ระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนนและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียนรับรองใบขับขี่ระหว่างกัน เสนอให้รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานตำรวจจราจรทำการตรวจสอบการออกใขอนุญาตขับขี่และคนขับรถ มุ่งสู่การสร้างมาตรฐานในการสรุปและประเมินอุบัติเหตุจราจรในภูมิภาคเพื่อมุ่งสู่การลดอุบัติเหตุจราจรและปัญหารถติด เพื่อมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งต่อการรักษาความปลอดภัย ระเบียบวินัยในการใช้รถใช้ถนนของแต่ละประเทศและของทั้งอาเซียน.