“คณะของประเทศไทยชุดนี้ไม่มีใครเคยเดินทางมาเยี่ยมเยือนเมืองไฮฟองเลย นี่เป็นครั้งแรก เมื่อได้เห็นก็มีความรู้สึกประทับใจแต่ก่อนที่จะมาเราก็ได้มีการหาข้อมูลของเมืองนี้ เราก็มองว่าเมืองไฮฟองกับเมืองศรีราชาหรือแหลมฉบังของจังหวัดชลบุรี ประเทศไทยน่าจะเทียบเคียงใกล้เคียงกันเพราะว่าเป็นเมืองท่าแล้วก็มีความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้วก็มีความใกล้เคียงในคนภาคพื้นเอเชีย เรา East Asia ด้วยกัน ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องวัฒนธรรมความเป็นอยู่ แม้แต่ดอกไม้ต้นไม้ก็ใกล้เคียงกัน ในอนาคตมีความหวังว่า ระหว่างไฮฟองกับจังหวัดชายทะเลอย่างของประเทศไทยก็อาจจะได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกันด้วยในเฉพาะด้านสื่อ”
นางสาว นรินี เรืองหนู รองประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทยกล่าวว่า คณะสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากกับโฉมหน้าของเมืองท่าไฮฟอง ไฮฟองมีความคล้ายคลึงกับเมืองท่าสำคัญหลายแห่งของไทย เช่น ศรีราชา หรือแหลมฉบัง แต่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและท้องถิ่นเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
คุณ กฤตนวพรรณ วชิรบ้านกลาง บรรณาธิการข่าวกีฬาไทยโพสต์แสดงความเห็นว่า เมืองไฮฟองเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าจับตามองที่สุดของเวียดนามในปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่เขามาเยือนเมืองแห่งนี้ แต่ก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิต
“จากเดิมก็รู้จักแค่โฮจิมินห์หรือฮานอย แต่ตอนนี้ผมมองว่าเมืองไฮฟองเป็นเมืองอันดับต้นๆ เราได้สัมผัสกัมบรรยากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไฮฟอง เรามองว่าไฮฟองเป็นเมืองซึ่งไม่ได้ด้อยกว่าเมืองหลวง ทุกอย่างดีมาก ด้วยระบบการจราจร ระบบการเดินทาง ผมมองว่า เป็นเมืองที่ค่อนข้างเจริญ น่าจะอนาคตคงเจริญกว่านี้ครับ”
ไม่เพียงแต่คณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยเท่านั้น หากคณะสื่อมวลชนจากประเทศลาวต่างก็กล่าวชื่นชมเมืองท่าไฮฟองเช่นกัน คุณ วิลาโคน จิตตะโคน กล่าวว่า“สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจที่สุดเกี่ยวกับไฮฟองคือการพัฒนาของเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ก้าวหน้ากว่าลาวมาก 2คือ ผมประทับใจต่อความอบอุ่นของชาวเวียดนาม แม้จะพูดภาษาเวียดนามไม่เป็น แต่ประชาชนของทั้งสองประเทศแสดงความรักและความเข้าใจกันเป็นพิเศษ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพิเศษยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่ผมมาเยือน ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้น 3คือ อาหารที่นี่อร่อยมาก”
ในขณะเดียวกัน คุณ ปุยเกีย ประธานสโมสรนักข่าวกัมพูชาแสดงความประทับใจต่อการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเขตนิคมอุตสาหกรรมในเมืองไฮฟอง โดยกล่าวว่า เมืองไฮฟองยังคงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้เป็นอย่างดี
“เมื่อผมเดินทางมาถึงเมืองไฮฟอง ผมประทับใจ 2 ประเด็น 1คือ การพัฒนาของเขตนิคมอุตสาหกรรมในเมือง 2คือการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของชาวไฮฟอง มีร้านอาหารเล็กๆ หลายแห่งที่ตั้งอยู่ติด ๆ กัน แต่ทำการค้าขายเป็นอย่างดี เป็นมิตร ซึ่งสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองมาก โดยปกติ เมื่อผมไปที่ไหน ผมมักจะรวบรวมข้อมูลและรีวิวเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทิวทัศน์และชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคมของผู้คนในที่นั้น แล้วนำมาเผยแพร่ให้ชาวกัมพูชาทราบ”
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองไฮฟอง คณะสื่อมวลชนอาเซียนแสดงความเห็นว่า กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมความสามัคคีระหว่างสื่อในภูมิภาคเท่านั้น หากยังเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่มีประสิทธิภาพระหว่างประเทศอาเซียนอีกด้วย พวกเขาจะนำเรื่องราวของเมืองท่าที่มีชีวิตชีวา เปิดกว้าง และกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วไปแนะนำให้ประชาชนในประเทศของตนเองทราบ จากมุมมองของนักข่าว ไฮฟองไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม โลจิสติกส์และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเวียดนามเท่านั้น หากยังเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นมิตรและเต็มไปด้วยศักยภาพในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสภูมิภาคและโลกอีกด้วย.
