(VOVworld) – สาวกัมพูชาจำนวนมากกำลังเรียนรำนางอัปสราเพื่อประกอบอาชีพนางรำซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่ามรดกวัฒนธรรมนามธรรมและการใช้ประโยชน์จากคุณค่านี้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

รำนางอัปสรา(Photo: phuongnamstar.net)

“คุณภาพชีวิตของดิฉันได้ดีขึ้นตั้งแต่เริ่มเรียนรำนางอัปสราและกลายเป็นนางรำมืออาชีพ ดิฉันเกิดมาในครอบครัวธรรมดาแต่เนื่องจากมีความสามารถรำนางอัปสรา ดิฉันจึงถูกเชิญให้ไปแสดงในต่างประเทศและสามารถหาเงินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและทำความฝันที่ต้องการศึกษาเล่าเรียนของตนให้กลายเป็นความจริง”

นี่คือความรู้สึกของคุณSrey Senh หนึ่งในนางรำอาชีพนับพันคนในกัมพูชา เธอเผยว่า เพื่อเป็นนางรำมืออาชีพ เธอต้องฝึกรำนางอัปสรานานถึง๘ปีโดยเริ่มฝึกตั้งแต่อายุเกือบ๑๔ปีและเธอต้องฝึกหนักจนมือและนิ้วมือมีความยืดหยุ่นและสง่างามและสามารถยืนด้วยขาเพียงข้างเดียวได้

ตามตำนาน อัปสราเป็นนางฟ้าแห่งเมฆและน้ำ เมื่อบรรดานางฟ้าเล่นกันอย่างสนุกสนานและร้องรำทำเพลง ต้นไม้ใบหญ้าต่างก็ผลิใบและเจริญงอกงาม และสัตว์เพิ่มจำนวนมากขึ้นดังนั้นประชาชนกัมพูชาจึงถืออัปสรว่าเป็นเทพแห่งความเจริญรุ่งเรืองและประดิษฐ์ท่ารำนางอัปสราเพื่อแสดงในวันงานสำคัญๆเพื่อยกย่องสรรเสริญบรรดาเทพและพระราชวงค์ ภาพท่ารำนางอัปสราที่เก่าแก่สามมรถหาชมได้ตามปราสาทนครวัดและศาสนสถานต่างๆทั่วประเทศกัมพูชา ในหลายศวรรษ อัปสราเป็นการรำของชาววัง แล้วกลายเป็นการรำของสาวๆในโอกาสตรุษ เทศกาลและงานวิวาห์ เมื่อปี๒๐๐๓ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกได้รับรองท่ารำนางอัปสราเป็นมรดกวัฒนธรรมนามธรรมของมนุษยชาติ ทุกวันนี้ ตามร้านอาหารและโรงแรมใหญ่ๆในกัมพูชาก็ล้วนจัดแสดงรำนางอัปสราให้แก่นักท่องเที่ยว เว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยวจำนวนมากระบุว่า เมื่อมาเยือนกัมพูชาถ้าไม่ได้ชมการรำนางอัปสราก็เหมือนว่า มาไม่ถึงกัมพูชา

จำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนกัมพูชานับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ความต้องการชมรำนางอัปสราก็พลอยเพิ่มขึ้นตามไปด้วยและการเรียนรำนางอัปสราเป็นวิธีการหนึ่งเพื่อหลุดพ้นจากความยากจนและมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกสอนรำนางอัปสราฟรีหลายแห่ง คุณWaan Sithen ครูสอนรำแห่งสถาบันศิลปะจำไปเผยว่า ในเกือบ๑ปี มีผู้มาเรียนรำ๒๐๐คน

“เด็กๆอาจใช้การรำนางอัปสราเพื่อหาเลี้ยงชีพและทำความฝันอยากเป็นนักฎหมายเป็นหมอให้กลายเป็นความจริง ความยากจนทำให้ความฝันของพวกเขาอยู่ไกลเกินเอื้อม รำอัปสราอย่างน้อยก็ช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ตามข้อมูลสถิติ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแรงงานกัมพูชาอยู่ที่๑๐๐ถึง๑๕๐เหรียญสหรัฐต่อคนแต่รายได้ของนางรำมืออาชีพอยู่ที่๓๐๐เหรียญสหรัฐ ดังนั้น สาวกัมพูชาจำนวนมากจึงได้เรียนรำนางอัปสราเพื่อเอาไว้ทำมาหากินและหลุดพ้นจากความยากจนและทำความฝันให้กลายเป็นความจริง เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การเรียนรำนางอัปสราเป็นตัวอย่างที่ดีในการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของมรดกทำให้คุณค่านี้กลายเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น./.

Mạnh Cường-VOV5