สื่อมวลชนปฏิวัติเวียดนามได้ยืนยันสถานะ บทบาทและเสียงพูดของพรรค รัฐและประชาชน เป็นกองกำลังเดินหน้าในแนวรบอุดมการณ์ การสื่อสารต่างประเทศ มีส่วนร่วมสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจและเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างเวียดนามกับมิตรประเทศทั่วประเทศ โดยเฉพาะ มิตรภาพอันยิ่งใหญ่ ความสามัคคีพิเศษ และความร่วมมือรอบด้านระหว่างเวียดนามกับลาว ซึ่งได้รับการสานต่อโดยสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศผ่านเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก ในโอกาสฉลองครบรอบ 101 ปีวันสื่อมวลชนปฏิวัติเวียดนาม 21 มิถุนายน ทางผู้จัดทำรายการขอเชิญท่านผู้ฟังหวนมองกระบวนการรักษาสะพานเชื่อมมิตรภาพของสื่อทั้งสองประเทศ
นาย เหงียนเท้เหงียบ อดีตนักข่าวของสำนักข่าวเวียดนาม ปัจจุบันมีอายุกว่า 80 ปี ยังคงรู้สึกซาบซึ้งและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาเมื่ออ่านบทกวีที่เล่าถึงช่วงเวลาที่ปฏิบัติภารกิจในลาวในฐานะผู้เชี่ยวชาญในช่วงสงครามที่ดุเดือดตั้งแต่ปี 1970-1973 เพื่อช่วยสำนักข่าวของลาวเผยแพร่ข้อมูลสำคัญเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนทั้งสองประเทศ นักข่าว เหงียนเท้เหงียบ เล่าว่า
“สถานีวิทยุเวียดนาม สำนักข่าวเวียดนามและสถานีวิทยุแห่งประเทศลาวมีความสัมพันธ์พิเศษตั้งแต่ปี 1954 จนถึงปัจจุบัน เมื่อปี 1954 นักข่าว เจิ่นเลิม ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลกลุ่มแรกๆ ที่ประธานโฮจิมินห์มอบหมายหน้าที่ให้วางพื้นฐานการกระจายเสียงของเวียดนาม และให้การช่วยเหลือลาวสร้างสถานีวิทยุที่ค่ายเด็กด๊งดา เรายังให้การช่วยเหลือลาวบริเวณใกล้ชายแดนที่ซำเหนือ ต่อมาเมื่อซำเหนือได้รับการปลดปล่อย ลาวก็มีสถานีวิทยุภาคเหนือ และเรามีสำนักข่าวภูแคและจัดสรรข้อมูลให้ฝ่ายลาว ดังนั้น เราจึงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาก ในช่วงปี 1962-1967 เมื่อสหรัฐทิ้งระเบิดอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญเวียดนามได้ช่วยลาวย้ายสถานีวิทยุไปยัง ญอกวาน จังหวัดนิงบิ่ง เพื่อให้การออกอากาศสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง”
ความทรงจำของนักข่าว เหงียนเท้เหงียบ ไม่เพียงแต่กล่าวถึงช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของสื่อมวลชนปฏิวัติของทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสามัคคีพิเศษระหว่างเวียดนามกับลาว ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด
ท่ามกลางสงครามที่ดุดเดือด นักข่าวเวียดนามและลาวได้ร่วมกันต่อสู้ในแนวรบเดียวกัน เพื่อค้ำประกันว่า การออกอากาศทางวิทยุสามารถดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก เพื่อให้เสียงแห่งการปฏิวัติยังคงดังไปถึงประชาชนของทั้งสองประเทศและเพื่อนมิตรชาวต่างชาติ ในช่วงปีเดียวกันนั้น ด้วยการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญลาว เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมปี 1954 รายการภาคภาษาลาวของสถานีวิทยุเวียดนามจึงได้รับการออกอากาศอย่างเป็นทางการ
บนเจตนารมณ์ “การช่วยเหลือผู้อื่นคือการช่วยเหลือตนเอง” เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเวียดนามได้มุ่งมั่นฟันฝ่าความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ เพื่อจัดตั้งรายการภาคภาษาเวียดนาม โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1966 รายการภาคภาษาเวียดนามรายการแรกของสถานีวิทยุประเทศลาว ได้ออกอากาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุต้นกำเนิดของสถานีวิทยุแห่งชาติลาวในปัจจุบัน นาย คำปาย สุพาวงไต หนึ่งในผู้ประกาศข่าวสองคนแรกของรายการฯ ยังคงจดจำช่วงเวลานั้นได้ แม้จะต้องทำงานท่ามกลางความยากลำบาก แต่ก็เต็มไปด้วยมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
“ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคมปี 1966 ผมหยุดเรียนเพื่อเข้าร่วมการปฏิวัติ ลุงแยวงจากสถานีวิทยุเวียดนามมาช่วยสอนวิธีการแปลให้พวกเรา หลังจากแปลเป็นภาษาเวียดนามแล้ว ลุงแยวงก็ช่วยตรวจอีกครั้งก่อนที่จะออกอากาศ แต่เมื่อปี 1966 สหรัฐทิ้งระเบิดฮานอย 2-3 ครั้ง ในเวลานั้น สถานีวิทยุประเทศลาวต้องย้ายไปที่บังเกอร์ B1 ในอำเภอญอกวาน จังหวัดนิงบิง ทุกอย่าง ตั้งแต่สถานที่ ห้องตัดต่อไปจนถึงห้องส่งสัญญา วีโอวีได้ให้การช่วยเหลือเพื่อให้พวกเราสามารถย้ายไปที่นั่นเพื่อปฏิบัติภารกิจได้”
นาย หวูหายกวาง รองประธานสถานีวิทยุเวียดนาม เผยว่า “หลังจากที่ประเทศเวียดนามได้รับการปลดปล่อยเมื่อปี 1975 สถานีวิทยุเวียดนามได้ช่วยลาวสร้างสถานีวิทยุในแขวงเชียงขวาง หัวพัน และบอลิคำไซ ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน ผ่านข้อตกลงความร่วมมือทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับลาว สถานีวิทยุเวียดนามได้ให้ความช่วยเหลือกระทรวงสื่อสาร วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของลาวทุกปีผ่านโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับความสามารถในการผลิต และขยายการออกอากาศให้ครอบคลุมทั่วประเทศ”
โครงการช่วยเหลือของสถานีวิทยุเวียดนามไม่เพียงแต่มีส่วนร่วมพัฒนาระบบสื่อสารมวลชนของลาวเท่านั้น หากยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงจิตใจแห่งความร่วมมือที่จริงใจและมีประสิทธิภาพระหว่างสองประเทศอีกด้วย
ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือในด้านการออกอากาศทางวิทยุเท่านั้น แต่ในหลายปีมานี้ สำนักงานสื่อสารมวลชนของทั้งสองประเทศ เช่น สถานีโทรทัศน์เวียดนาม สำนักข่าวเวียดนาม หนังสือพิมพ์เยินเญินหรือประชาชน สมาพันธ์สื่อมวลชนเวียดนามและสมาพันธ์สื่อมวลชนลาวได้ประสานงานและจัดการสัมมนาเชิงวิชาการ โครงการฝึกอบรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ในกรอบการเจรจาทวิภาคีระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวของเวียดนาม กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของลาว ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามบันทึกช่วยจำเพื่อความร่วมมือด้านข้อมูลข่าวสารระหว่างเวียดนามกับลาวในช่วงปี 2026-2030 ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในด้านข้อมูลข่าวสาร รวมทั้ง สื่อมวลชนของทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งผลงานนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของความร่วมมือระหว่างสองประเทศเท่านั้น หากยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งของสื่อมวลชน ซึ่งช่วยให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความเข้าใจกัน เชื่อใจกันมากขึ้นและร่วมกันทำนุบำรุงมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ ความสามัคคีพิเศษ และความร่วมมือรอบด้าน เชื่อมโยงความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเวียดนามกับลาวให้เข้มแข็งตลอดกาล.
