สำหรับประเทศติมอร์-เลสเตและความพยายามในการเข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียนนั้น ผู้สื่อข่าว ฝ่ามห่า เผยว่า นับตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อปี 2002 ติมอร์-เลสเต ถือเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของอัตลักษณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของตนเอง แต่ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีความผันผวนอย่างซับซ้อนควบคู่กับปัญหาทางเศรษฐกิจและระบอบการปกครอง ทำให้เส้นทางการเข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนลำบากมากขึ้น ด้วยจำนวนประชากรที่มีเพียงประมาณ 1 ล้าน 4 แสนคนและยังพึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลัก โดยครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเต ยื่นคำขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี 2011 นั้น ติมอร์-เลสเตต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียร ถนนหนทางที่ยังไม่ค่อยพัฒนา และระบบเครือข่ายโทรคมนาคมยังไม่สมบูรณ์ แต่สำหรับทางการกรุงดิลี ความล่าช้าเหล่านี้กลับเป็นโอกาสในการเสริมสร้างรากฐานของตนเอง โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มุ่งหน้าพัฒนาด้านทรัพยากรบุคคล ปรับปรุงระบบบริหารราชการให้ทันสมัย ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ ของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งการเข้าร่วมอาเซียนอย่างเป็นทางการถือเป็นหลักฐานแห่งความพยายามและจิตใจแห่งความมุ่งมั่นของประชาชนติมอร์-เลสเต พร้อมเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ประเทศนี้
การเข้าร่วมอาเซียนนั้นได้เอื้อประโยชน์ต่อติมอร์-เลสเตอย่างเห็นได้ชัด โดยสถานะสมาชิกอาเซียนดังกล่าวทำให้ประเทศนี้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อตกลงการค้าเสรีและโอกาสด้านการลงทุนเพื่อมุ่งสู่ตลาดใหม่ระดับภูมิภาคที่กว้างใหญ่ ช่วยให้ติมอร์-เลสเต มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับภูมิภาค เข้าถึงกลไกความร่วมมือด้านการพัฒนา และเสริมสร้างสถานะทางการทูตของประเทศภายใต้กรอบการยึดหลักตามความเห็นพ้องต้องกัน การเจรจา และการสนับสนุนระหว่างกัน ซึ่งถึงแม้ความฝันได้กลายเป็นจริงแล้ว แต่ประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ยังคงต้องฟันฝ่าความท้าทายอีกมากมาย เมื่อจำเป็นต้องเร่งเครื่องให้เข้ากับกระแสอาเซียน เหมือนที่ประธานาธิบดี รามอส-ฮอร์ตา ได้กล่าวไว้ว่า ติมอร์-เลสเตจะไม่เป็นภาระของอาเซียน และจะส่งเสริมการพัฒนาและการเจริญเติบโตอย่างเข้มแข็งของประชาคมอาเซียน
เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของติมอร์-เลสเตในการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์อาเซียนปี 2045 กับกลุ่มประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในภูมิภาค ผู้สื่อข่าว ฝ่ามห่า แสดงความเห็นว่า ในฐานะเป็นประเทศสมาชิกใหม่ ติมอร์-เลสเต ได้นำเสนอศักยภาพต่างๆ ที่โดดเด่น ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และความมุ่งหวังของอาเซียนในระยะยาว โดยความมีพลวัตด้านโครงสร้างประชากรและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ได้มีส่วนเสริมสร้างความครอบคลุมของอาเซียนและหล่อหลอมอัตลักษณ์ของภูมิภาค ในขณะที่ตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงในทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกให้กว้างขวาง พร้อมเปิดเส้นทางสู่การผสมผสานระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งมากขึ้น เศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยให้ติมอร์-เลสเต มีจุดยืนในการมีส่วนร่วมอันมีความหมายต่อโครงการนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ของอาเซียนและประเด็นสำคัญๆ ในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน ในตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้สังเกตการณ์ การมีส่วนร่วมของติมอร์-เลสเตในทั้งสามเสาหลักของประชาคมอาเซียน รวมถึงการเชื่อมโยง ได้วางรากฐานที่มั่นคงเพื่อให้ประเทศนี้ สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ ซึ่งประสบการณ์ต่างๆ ดังกล่าว ทำให้ติมอร์-เลสเต มีส่วนร่วมที่เข้มแข็งในกระบวนการต่าง ๆ ของอาเซียน
เมื่อมองไปข้างหน้า วิสัยทัศน์อาเซียนปี 2045 ได้วางกรอบยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมสำหรับวงจรการพัฒนาของภูมิภาค โดยประชากรวัยหนุ่มสาวของติมอร์-เลสเต ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลัง ทักษะความสามารถ และความทะเยอทะยาน จะมีบทบาทสำคัญในการทำให้วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นจริง ซึ่งในฐานะเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรในวัยทำงานมีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดในภูมิภาค ติมอร์-เลสเต ได้นำเสนอมุมมองใหม่ๆ และบรรดาผู้นำรุ่นใหม่ที่กำลังปรากฏตัวขึ้น เพื่อช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ รอบด้าน และคล่องตัวให้กับอาเซียน ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
ทั้งนี้ ด้วยรากฐานที่ได้รับการเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบและความมุ่งมั่นทางการเมืองที่แข็งแกร่ง ติมอร์-เลสเต กำลังได้รับโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ในการยืนหยัดบทบาทของตนเองภายใต้หลังคาเดียวกันของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถึงแม้เส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายอีกมาก แต่ก็ยังเปิดพื้นที่ความร่วมมือที่กว้างขวางให้กับประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ เพื่อใช้ศักยภาพและเอกลักษณ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยการสนับสนุนและความร่วมมือจากกลุ่มประเทศสมาชิกจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยให้ ติมอร์-เลสเต สามารถผสมผสานได้อย่างลึกซึ้ง มีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรมมากขึ้น และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการมีส่วนร่วมเชิงบวกของติมอร์-เลสเต จะช่วยเสริมสร้างความสามัคคี ลดช่องว่างการพัฒนา และยกระดับขีดความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับกระแสในภูมิภาค ดังนั้น จึงค่อย ๆ ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์อาเซียนปี 2045 ให้กลายเป็นจริง ด้วยจิตใจแห่งการเชื่อมโยง ความครอบคลุม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน.
ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามประจำประเทศอินโดนีเซีย
