แต่มีไม่กี่คนที่ทราบว่า ที่นี่ยังมีครอบครัวหนึ่งซึ่งยังคงสืบสานอาชีพช่างเงินโบราณของชนเผ่าจามและแทบจะเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่ยังคงผลิตเครื่องเงินสำหรับใช้ประกอบพิธีกรรมและงานสำคัญของชนเผ่าจาม

บริเวณบ้านของครอบครัวนาย ดิงวันเกิ่นและนาง ด่างถิหมีเจิม อายุกว่า 70 ปี ที่ หมู่บ้านเบ่าจุ๊ก ตำบลนิงเฟื้อก จังหวัดแค้งหว่า เราได้ยินเสียงสลักเครื่องเงินของคุณ กิงถิหม่งเงิน (Kinh Thị Mộng Ngưng) บุตรสาวคนเดียวของนาย ดิงวันเกิ่นและนาง ด่างถิหมีเจิม โดยจากการใช้สิ่วและค้อน คุณ กิงถิหม่งเงิงสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานให้เป็นรูปเป็นร่างได้อย่างประณีต สำหรับเสียงสิ่วที่กระทบแผ่นเงินได้กลายเป็นเสียงที่คุ้นเคยและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของครอบครัวคุณ กิงถิหม่งเงิง

“ช่วงแรกที่เริ่มเรียน ทำอย่างไรก็ยังทำไม่ได้ แต่ดิฉันก็พยายามฝึกฝนทุกวัน เพราะงานแกะสลักเครื่องเงินต้องมีความขยันหมั่นเพียรและอดทนถึงจะทำได้ดี ซึ่งขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการแกะลายบริเวณปากพานใส่หมากพลู โดยแม่ของดิฉันมีฝีมือดี ทำได้ทุกขั้นตอน ส่วนพ่อจะรับผิดชอบงานประกอบจนเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราหวังว่า ลูกหลานจะสืบทอดอาชีพหัตถกรรมนี้ต่อไป”

เมื่อก่อนนี้ ชาวบ้านมักใช้เงินแท้สำหรับสร้างสรรค์ผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่เนื่องจากราคาเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงเปลี่ยนมาใช้วัสดุอย่างอะลูมิเนียมหรือทองแดงเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและสภาพเศรษฐกิจของประชาชน ซึ่งแม้ว่าจะเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ แต่ช่างฝีมือยังคงรักษาลวดลายดั้งเดิมและคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาวจามที่ถ่ายทอดผ่านงานแกะสลักไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยตามภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา ขั้นตอนที่ยากที่สุดของงานช่างเงินคือการแกะสลักลวดลาย ซึ่งต้องใช้สมาธิอย่างสูง และบรรจงสร้างเส้นสายแต่ละเส้นด้วยความประณีตและความทุ่มเทเพื่อให้เกิดลวดลายต่างๆ เช่น มังกร หงส์ ลายดอกไม้ ใบไม้ ตลอดจนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าจาม สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน เช่น พานหมากพลู กล่องใส่หมากพลู กระโถนสำหรับบ้วนน้ำหมาก และถาด เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเครื่องใช้ที่ชนเผ่าจามนำมาใช้ในเทศกาลกาเต เทศกาล Ramưwan พิธีกรรมช่วงต้นปี งานแต่งและงานหมั้น นาง ด่างถิหมี เจิม กล่าวว่า

“พ่อดิฉันเป็นช่างแกะสลักเครื่องเงิน โดยได้ถ่ายทอดอาชีพหัตถกรรมนี้ให้กับดิฉัน ต่อมาเมื่อดิฉันแต่งงาน ก็ได้ถ่ายทอดให้กับสามี หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต เราก็สืบทอดอาชีพของครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้ โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำนั้น มีพ่อค้าเดินทางมารับไปจำหน่ายในหลายพื้นที่ รวมทั้งนอกจังหวัดแค้งหว่า อาชีพช่างแกะสลักเครื่องเงินทำให้เราสามารถส่งลูกทั้ง 9 คนไปเรียนหนังสือจนทุกคนเติบโตและมีอนาคตที่ดีในวันนี้”

ด้วยความประณีต ความงดงามในงานฝีมือแต่ละชิ้น ประกอบกับชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน ผลิตภัณฑ์ของครอบครัวนาย กิงวันเกิ่น จึงไม่เพียงได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดแค้งหว่าเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการในหลายจังหวัด เช่น เลิมด่ง ด่งนาย เตยนิง และนครโฮจิมินห์ นาย บ๊ามิงเตวี่ยน เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์แค้งหว่า กล่าวว่า ในอดีตงานช่างแกะสลักเครื่องเงินของชนเผ่าจามมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันศิลปหัตถกรรมแขนงนี้ค่อยๆสูญหายไป โชคดีที่ยังคงมีครอบครัวชนเผ่าจามครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านเบ่าจุ๊กที่ยังคงอนุรักษ์และสืบทอดงานฝีมือดั้งเดิมนี้ไว้จนถึงทุกวันนี้

“สำหรับชนเผ่าจาม เครื่องใช้ที่ที่ทำจากเงินแกะสลักมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพานใส่หมากพลู กล่องใส่หมากพลู หรือกระถางธูป ซึ่งจะนำมาใช้เฉพาะในโอกาสประกอบพิธีกรรมหรืองานเซ่นไหว้บรรพบุรุษ”

ตำบลนิงเฟือกมีหมู่บ้านหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง 2 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเบ่าจุ๊กและหมู่บ้านทอผ้าลวดลายพื้นเมืองหมีเหงียบ นอกจากนี้ ที่หมู่บ้านเบ่าจุ๊กยังมีงานช่างแกะสลักเครื่องเงิน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหัตถกรรมดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ปัจจุบัน ทางการท้องถิ่นกำลังวางแนวทางอนุรักษ์งานช่างแกะสลักเครื่องเงิน พร้อมผสานงานนี้เข้ากับอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาเบ่าจุ๊กและการทอผ้าลวดลายพื้นเมืองหมีเหงียบเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน นาย ด่างจี๊เกวียต เลขาธิการพรรคสาขาหมู่บ้านเบ่าจุ๊กกล่าวว่า

“หวังว่า ทางการปกครองท้องถิ่นทุกระดับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสนใจต่อการฝึกสอนอาชีพและอำนวยความสะดวกให้แก่การจัดทำเอกสารขอรับรองสามีภรรยานาย เกิ่น นาง เจิม เป็นช่างศิลป์ยอดเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจพวกเขาในการสอนงานหัตถกรรมแกะสลักเครื่องเงินให้แก่คนรุ่นหลัง”

ทั้งนี้ แม้อาชีพแกะสลักเครื่องเงินในหมู่บ้านเบ่าจุ๊กจะไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเหมือนอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผา แต่ก็ได้รับการรักษาผ่านหลายชั่วอายุคนและมีบทบาทสำคัญในการทำเครื่องใช้สำหรับกิจกรรมเลื่อมใสและชีวิตทางจิตวิญญาณของชนเผ่าจาม.