แม้จะประสบอุปสรรคต่างๆ สภาพธรรมชาติที่ไม่เอื้ออำนวย การคมนาคมที่ยากลำบาก แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากพรรคและรัฐผ่านระบบนโยบายด้านชาติพันธุ์และโครงการเป้าหมายแห่งชาติ ตำบลทูหลุมได้ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้เกิดโฉมหน้าใหม่ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตทางจิตใจและวัฒนธรรมของประชาชนในท้องถิ่น.
ถนนคอนกรีตทอดยาวเข้าสู่หมู่บ้าน ไฟฟ้าส่องสว่างไปถึงทุกครัวเรือน สวนสมุนไพรเขียวชอุ่มใต้ร่มเงาผืนป่าเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นในการพัฒนาของชุมชนชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆในตำบลทูหลุม จังหวัดลายโจว์ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ชายแดนที่ยากจนมาอย่างยาวนาน โดยก่อนหน้านี้ ชาวบ้านยึดวิถีการผลิตแบบรายย่อย กระจัดกระจายและมีความเป็นอยู่ที่ไม่มั่นคง ไม่มีไฟฟ้าใช้และขาดแคลนน้ำ นาย จูหญู่ก่า ชาวเผ่าฮาหยี่ จากหมู่บ้านเม๋ย้อง ตำบลทูหลุม ได้กล่าวว่า ปัจจุบันถนนเข้าสู่หมู่บ้านได้รับการยกระดับ มีการประดับด้วยธงแดงดาวเหลือง บ้านเรือนที่โอ่โถงสวยงาม ขณะที่ผืนป่าได้รับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ซึ่งสร้างภาพแห่งความอุดมสมบูรณ์และความสุขในเขตชายแดน
“ความเป็นอยู่ของประชาชนและความตระหนักรู้ของผู้คนได้รับการยกระดับให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่มีคณะผู้บริหารชุดใหม่หลังการควบรวม หน่วยงานต่างๆให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาวบ้านมากขึ้น ไฟฟ้า ถนน โรงเรียน และสถานพยาบาลได้รับการพัฒนาและลงทุนมากกว่าที่ผ่านมา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ ตำบลทูหลุม จัดตั้งขึ้นจากการควบรวมตำบลกาลังและตำบลทูหลุมของอำเภอเหมื่องแต่เดิม โดยการประชุมใหญ่พรรคสาขาตำบลทูหลุมครั้งที่ 1 วาระปี 2025–2030 ได้กำหนดเป้าหมายว่า ภายในปี 2030 ตำบลทูหลุมจะก้าวขึ้นเป็นตำบลที่มีระดับการพัฒนาปานกลางของจังหวัดลายโจว์ ซึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ตำบลทูหลุมให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตามศักยภาพของพื้นที่ภูเขาสูง เช่น ขยายพื้นที่ปลูกชะโก เร่วหอม โสมลายโจว์ อบเชย และพืชสมุนไพรชนิดต่างๆที่ปลูกใต้ร่มเงาป่า ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบรวมศูนย์และการพัฒนาภาคบริการ นาย Pờ Go Tư เลขาธิการพรรคสาขาหมู่บ้าน เม๋ย้องกล่าวว่า ปัจจุบันหมู่บ้านมุ่งเน้นการพัฒนาการปลูกพืชสมุนไพร ควบคู่กับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานผสานกับการท่องเที่ยวชุมชน
“การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับตำบลและโดยเฉพาะหมู่บ้านเม๋ย้อง ดำเนินไปตามมติและแนวทางที่ตำบลกำหนด เราได้เผยแพร่นโยบายต่างๆให้แก่สมาชิกพรรคและชาวบ้าน เช่น การปลูกเร่วหอมและพืชชนิดต่างๆที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่"
ทั้งนี้ จากการใช้ประโยชน์จากจากพื้นที่ป่าธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งมีอัตราการปกคลุมของป่ามากกว่า 82% ตำบลทูหลุมกำลังพัฒนาแหล่งปลูกพืชสมุนไพรขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่ปลูกเร่วหอม ชะโก อบเชย ตะไคร้ และพืชสมุนไพรอื่นๆรวมหลายร้อยเฮกตาร์ ส่วนตามแนวภูเขาสูงกว่า 1,200 เมตร เช่น อูมา ก่องข่า หลอนา หล่อมา เป็นต้น พื้นที่ปลูกโสมลายโจว์ ก็ได้รับการขยายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาระยะยาวเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน อนุรักษ์ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
นาย หลีจุ่ยหื่อ รองประธานคณะกรรมการประชาชนตำบลทูหลุมกล่าวว่า พืชสมุนไพรถือเป็นพืชเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่มีมูลค่าสูง ปัจจุบันมีหลายรูปแบบการผลิตที่สร้างรายได้ประมาณ 2,400–4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเฮกตาร์ ซึ่งสูงกว่าการทำไร่แบบดั้งเดิมหลายเท่า ด้วยนโยบายสนับสนุนด้านพันธุ์พืช เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการถ่ายทอดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ครัวเรือนชนเผ่า ห่าหยี่ และ ลาหู จำนวนมากกล้าปรับเปลี่ยนแนวคิดการผลิต ค่อยๆหลุดพ้นจากความยากจนและสร้างความมั่งคั่งบนผืนแผ่นดินบ้านเกิด
"ทางตำบลส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมกลุ่มความร่วมมือและสหกรณ์ปลูกพืชสมุนไพร พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนและทำสัญญารับซื้อผลผลิตล่วงหน้า คณะกรรมการประชาชนตำบลยังได้กำหนดให้การพัฒนาเศรษฐกิจจากการปลูกพืชสมุนไพรใต้ร่มเงาป่าเป็นแนวทางระยะยาวที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ การดำเนินแนวทางนี้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้อย่างเหมาะสม เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน"
จากตำบลชายแดนที่ยากจน ทูหลุมในวันนี้ได้เปลี่ยนโฉมกลายเป็นฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งของพื้นที่ชายแดน ทำให้ผืนแผ่นดินหน้าด่านของมาตุภูมินับวันมีความอุดมสมบูรณ์ สงบสุข และมั่นคงมากยิ่งขึ้น.
