ในตลอด 81 ปีที่ผ่านมา ฤดูใบไม้ร่วงแห่งเอกราชยังคงอยู่ในชีวิตและจิตใจของคนเวียดนามเสมอ ซึ่งไม่เพียงแต่ผ่านหน้าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น หากยังผ่านท่วงทำนองที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย ในรายการเรื่องของดนตรีประจำเดือนกันยายนนี้ ทางผู้จัดทำรายการขอเชิญท่านผู้ฟังรับฟังเพลงในหัวข้อ "ฤดูใบไม้ร่วงแห่งเอกราช – บทเพลงแห่งความภาคภูมิใจ" ซึ่งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบรรพบุรุษ คนรุ่นก่อน ธงชาติ ความสุขของแผ่นดิน และความมุ่งมั่นของเวียดนาม

เราขอเริ่มรายการเรื่องของดนตรีวันนี้ด้วยเพลง "Lá cờ" หรือ แปลว่า “ธงชาติ” ประพันธุ์โดย ตะกวางทั้ง ตั้งแต่ท่อนร้องแรกๆ ผู้แต่งได้เขียนเนื้อร้องว่า "ฉันเติบโตในวันที่บ้านเมืองไร้การแบ่งแยกเหนือ-ใต้ ประเทศรวมเป็นเอกภาพแล้ว" นั่นคือความคิดของคนที่เกิดในยามสันติ แต่ยังคงมีความทรงจำของพ่อแม่ในใจ และเมื่อยืนต่อหน้าธงชาติ ความรู้สึกนั้นก็กลายเป็นความภาคภูมิใจอันเรียบง่ายว่า "ในหัวใจของฉันมีความภาคภูมิใจเสมอที่ได้เกิดเป็นคนเวียดนาม" อาจเป็นเพราะความจริงใจนี้เองที่ทำให้ "Lá cờ" กลายเป็นบทเพลงที่เข้าถึงใจของคนรุ่นใหม่ได้ง่าย ความรักชาติไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะอาจเริ่มจากการเข้าใจประวัติศาสตร์ของครอบครัว การเห็นคุณค่าของสันติภาพ และความภาคภูมิใจในสถานที่ที่เราเติบโต และในเดือนกันยายนนี้ เมื่อธงแดงดาวเหลืองโบกสะบัดทั่วทุกถนน ท่วงทำนองเหล่านี้ก็ยิ่งมีความหมายมากขึ้น

อีกเพลงที่เรานำมาแเปิดในวันนี้เป็นเพลงที่เมื่อได้ยินท่อนแรกก็ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาทันที เพลงนี้มีชื่อว่า "Đất nước trọn niềm vui" หรือ “ประเทศในวันที่เต็มเปี่ยมความสุข” ของนักดนตรี หว่างห่า ซึ่งประพันธุ์ในช่วงเวลาแห่งการรวมประเทศเป็นเอกภาพ ด้วยท่วงทำนองที่คึกคัก เร่งเร้าใจและเต็มความภาคภูมิใจ

"เราร่วมเดินท่ามกลางสีสันสดใสของธงแดงดาวเหลืองนับพันผืนที่โบกสะบัดทั่วท้องถนน

ด้วยความตื่นเต้นและซาบซึ้งสุดใจ

ไซ่ง่อนเอ๋ย มั่นใจหลังจากผ่านพ้นมาหลายปี

วันแห่งความสุขและการปลดปล่อย..."

ช่วงเริ่มต้นของบทเพลงสะท้อนภาพเวียดนามที่เต็มไปด้วยธงชาติและดอกไม้ในบรรยากาศแห่งความสุขของวันแห่งการรวมประเทศเป็นเอกภาพ นั่นคือความสุขของประชาชาติที่ได้ช่วงชิงเอกราชและการรวมประเทศเป็นเอกภาพ เพื่อมีเงื่อนไขในการสร้างสรรค์ชีวิตที่สงบสุข พัฒนา และผสมสานเข้ากับกระแสโลก ด้วยเหตุนี้ "Đất nước trọn niềm vui" จึงไม่เพียงแต่เป็นความทรงจำของยุคสมัยนั้นเท่านั้น หากทุกครั้งที่บทเพลงนี้ดังขึ้นในวันสำคัญก็จะปลุกความภาคภูมิใจของทุกคนในเส้นทางที่ประชาชาติเวียดนามได้ก้าวผ่าน ขอเชิญคุณผู้ฟังรับฟังเพลง "Đất nước trọn niềm vui" ประพันธุ์โดยหว่างห่าค่ะ

จากฤดูใบไม้ร่วงในประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ เวียดนามในวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแห่งยุคใหม่ด้วยพลังจิตใจใหม่ หากคนรุ่นก่อนได้ต่อสู้เพื่อช่วงชิงเอกราชมาได้ คนรุ่นปัจจุบันก็กำลังสานต่อด้วยการศึกษาเล่าเรียน สร้างสรรค์ เชื่อมโยงและมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศพัฒนาก้าวหน้าต่อไป และความรักต่อมาตุภูมิได้ถูกขับขานผ่านท่วงทำนองผ่านลีลารื่นเริง

เพลง "Việt Nam ơi!" หรือแปลว่า “เวียดนามเอ๋ย” ประพันธุ์โดย Minh Beta เป็นหนึ่งในบทเพลงที่โดดเด่นที่แสดงออกถึงความรักบ้านเกิดของคนรุ่นใหม่ผ่านดนตรี โดยบทเพลงเข้าถึงผู้ฟังด้วยเนื้อร้องที่มีความเรียบง่ายา

"เวียดนามเอ๋ย เวียดนามเอย ร้องเพลงด้วยความภาคภูมิใจต่อไปนะ เวียดนามเอ๋ย

เวียดนามเอ๋ย เวียดนามเอ๋ย ร้องเพลงด้วยความภาคภูมิใจต่อไปนะ เวียดนามเอ๋ย..."

ท่อนร้องที่สั้นกระชับแต่เต็มไปด้วยพลังเหล่านี้ได้ช่วยให้บทเพลงนี้มักถูกใช้ในกิจกรรมชุมชน วัฒนธรรม และกีฬา ท่ามกลางบรรยากาศของเดือนกันยายน "Việt Nam ơi!" ที่สะท้อนความรักชาติของคนที่เกิดในยามสันติ ได้เรียนรู้ ได้เดินทางไปหลายแห่งทั่วโลก และได้เป็นสักขีพยานในวันที่ประเทศผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น การรักเวียดนามในวันนี้คือการแนะนำให้เพื่อนมิตรชาวต่างชาติรับทราบเกี่ยวกับประเทศเวียดนามที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ มิตรไมตรี คล่องตัว และมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ต่อไปนี้ ขอเชิญท่านฟังเพลง "Việt Nam ơi!" ค่ะ

บทเพลงทั้ง 3 เพลงที่คุณผู้ฟังรับฟังไปแล้วนั้นได้พาพวกเราเดินทางผ่านห้วงอารมณ์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความทรงจำของครอบครัวผ่านบทเพลง "Lá cờ" ความสุขของการรวมประเทศเป็นเอกภาพผ่านเพลง "Đất nước trọn niềm vui" ไปจนถึงเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ของเพลง "Việt Nam ơi!" และเพื่อเป็นการปิดท้ายรายการเรื่องของดนตรีวันนี้ ทางผู้จัดทำรายการขอแนะนำบทเพลงที่จะนำพาคุณผู้ฟังมาสู่ประเทศเวียดนามภาคจากแม่น้ำ ท้องทุ่ง คำขับกล่อม และผู้คนที่เปี่ยมด้วยมิตรไมตรี เพลง "Một vòng Việt Nam" หรือ “หนึ่งรอบทั่วเวียดนาม” ของนักดนตรี ดงเทียนดึ๊ก

"Một vòng Việt Nam" เป็นการปิดท้ายรายการเรื่องของดนตรีประจำเดือนกันยายนแล้ว ขอขอบคุณคุณผู้ฟังทุกท่านที่ได้ติดตามรับฟังรายการวันนี้ แล้วพบกันใหม่ในรายการเรื่องของดนตรีประจำเดือนหน้า...