ณ ร้านค้าแห่งหนึ่งที่ถนนห่างด่าว แขวงหว่านเกี๊ยม กรุงฮานอย คุณ Sophia Miller นักท่องเที่ยวจากประเทศแคนาดาได้แวะร้านของฝากเลือกซื้อของที่ระลึกหลายชิ้น แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแทนกระเป๋าสตางค์ เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากสแกนคิวอาร์โค้ด การชำระเงินก็เสร็จเรียบร้อยโดยไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องแลกเงินต่างประเทศและไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เธอเผยว่า
"ดิฉันเคยเดินทางไปเที่ยว 2 ประเทศในเอเชีย และรู้สึกว่า มันยุ่งยากและวุ่นวายมากที่ต้องเอาเงินสดติดตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ ดิฉันมีทางเลือกใหม่คือ การชำระเงินด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวกและง่ายขึ้นมาก"
เช่นเดียวกับคุณ Sophia คุณ Emma Jones นักท่องเที่ยวจากประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า
"ดิฉันมักจะใช้เงินสด ดิฉันต้องแลกเงินหรือมองหาตู้ ATM แต่เมื่อมาเวียดนาม ดิฉันประทับใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้ลองใช้การสแกนคิวอาร์โค้ด และสามารถชำระค่าใช้จ่าย รวมถึงซื้อของได้อย่างสะดวก"
นาง หว่างถิเลือง แม่ค้าขายของที่ระลึกที่ถนนห่างด่าว กรุงฮานอย เผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชำระเงินด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
"เมื่อก่อน นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐเกาหลี จีน ไทย และกัมพูชา มักจะชำระเงินด้วยเงินสดหรือรูดบัตรเครดิต บางครั้งลูกค้ายื่นธนบัตรต่างประเทศมูลค่าสูง ทำให้ต้องเสียเวลารอเงินทอน แต่ตอนนี้ เพียงแค่สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระเงินการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดไม่เพียงแต่ช่วยให้การทำธุรกรรมรวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกสบายใจในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการแลกเงิน หลายคนตัดสินใจซื้อของเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องมาคอยคิดว่า เหลือเงินสดในกระเป๋าเท่าไหร่"
ตามร้านค้าขนาดเล็กในย่านถนนโบราณ 36 สาย ไปจนถึงบริการขนส่งและที่พัก ก็มักจะพบเห็นภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติสแกนคิวอาร์โค้ดและชำระเงินโดยตรงผ่านแอพพลิเคชันธนาคารของประเทศตนเองภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จากรายงาน e-Conomy SEA 2025 ยอดมูลค่าการชำระเงินด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ในเวียดนามคาดว่าจะสูงถึงประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจากการชำระเงินแบบเดิมไปสู่รูปแบบดิจิทัล ข้อมูลจากแพลตฟอร์มตัวกลาง Payoo แสดงให้เห็นว่า ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2025 การชำระที่ไม่ใช้เงินสดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในเวียดนามเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10 ต่อเดือน
นาย เหงียนดังหุ่ง รองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท Vietnam National Payment Corporation หรือ NAPAS เผยว่า เมื่อก่อน วิธีการชำระเงินแบบเดิมเคยเป็นอุปสรรคสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนเวียดนาม แต่ในปัจจุบัน การชำระเงินโดยตรงจากบัญชีหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) ได้สร้างความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกระตุ้นให้พวกเขามีความต้องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นเมื่อมาเวียดนาม
"ในหลายประเทศ ผู้บริโภคใช้โมบายแบงก์กิ้งของธนาคาร รวมถึงกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และพวกเขาก็สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เมื่อเดินทางมายังเวียดนาม พวกเขาก็ทำตามขั้นตอนการสแกนชำระเงินแบบเดิม ดังนั้น ประสบการณ์ที่ได้รับจึงแทบไม่มีความแตกต่างกับการชำระเงินในประเทศ"
นอกจากปัจจัยด้านความสะดวกแล้ว การชำระที่ไม่ใช้เงินสดยังมีส่วนช่วยยกระดับความโปร่งใส มีการติดป้ายราคาอย่างชัดเจน มีข้อมูลการทำธุรกรรม ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่อบริการในท้องถิ่น สถานการณ์ที่เป็นจริงนี้บังคับให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวต้องปรับตัวในเชิงรุก ตั้งแต่การใช้คิวอาร์โค้ดในการชำระเงินค่าทัวร์และบริการเสริม ไปจนถึงการฝึกอบรมบุคลากรและแนะนำลูกค้าในการใช้แอพพลิเคชันชำระเงินข้ามแดน
นาง เหงียนเติมอาน เจ้าของเครือข่ายโรงแรมและสำนักงานทัวร์ท่องเที่ยวกล่าวว่า
"เมื่อทางโรงแรมรับชำระเงินในหลากหลายรูปแบบ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะรู้สึกสะดวกและอุ่นใจมากขึ้นเมื่อจองห้องพักและทัวร์ท่องเที่ยว สิ่งนี้ช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในสถานประกอบการของเรา นอกจากการชำระเงินโดยตรงที่เคาน์เตอร์แล้ว เรายังใช้โซลูชัน Payment Link (ลิงก์ชำระเงิน) ของ 9Pay เพื่อส่งลิงก์ให้กับลูกค้า เมื่อพวกเขาจองห้องพักผ่านอีเมลหรือโซเชียลมีเดีย เพียงแค่เปิดลิงก์ และชำระเงินด้วยบัตรหรือช่องทางออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือได้ทันที ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก"
ในยุคดิจิทัล ความได้เปรียบในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไม่ได้อยู่เพียงแค่ทรัพยากรหรือการประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่อยู่ที่ความสามารถในการจัดกระแสเงิน ข้อมูล และเส้นทางการบริโภคให้เป็นระบบที่ราบรื่นต่อเนื่อง สำหรับเวียดนาม คิวอาร์โค้ดไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือชำระเงินอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการดำเนินงานของการท่องเที่ยวเมืองที่ทันสมัย./.
