เดียนเบียนมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน พื้นที่เพาะปลูกถึงร้อยละ 70 เป็นเนินเขาลาดชัน ระยะทางระหว่างพื้นที่ต่างๆ กับใจกลางเมืองไกลมาก จนทำให้การเข้าถึงบริการต่างๆ ยังคงมีความยากลำบาก แต่อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเหล่านั้นได้สร้างโอกาสและพื้นที่การพัฒนาใหม่ๆ ให้แก่เดียนเบียน โดยจังหวัดฯ ได้เป็นท้องถิ่นเดินหน้าในการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ด้วยการตั้งเป้าหมายที่จะให้บริการเที่ยวบินไร้คนขับประมาณ 6,000 เที่ยวบิน และมุ่งมั่นที่จะบรรลุอัตราเที่ยวบินที่ปลอดภัยกว่าร้อยละ 99 กิจกรรมนี้อยู่ภายใต้โครงการทดสอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีในวงจำกัดหรือ Sandbox สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ซึ่งจะดำเนินไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปี 2027 นี่ถือเป็นก้าวเดินเพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์จากศักยภาพ สร้างพื้นฐานให้แก่สถานการณ์ที่เป็นจริงเพื่อปรับปรุงกลไกและนโยบายสำหรับภาคส่วนใหม่นี้ให้มีความสมบูรณ์ อีกทั้ง เป็นพื้นฐานเพื่อสร้างระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการกิจกรรมการบิน การกำกับดูแลเที่ยวบิน การสร้างแผนที่ดิจิทัล และจัดทำแผนที่ดิจิทัลและรูปแบบภูมิประเทศดิจิทัลในขอบเขตการทดสอบ นาย บุ่ยหว่างเฟือง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวว่า

“จังหวัดเดียนเบียนเป็นหนึ่งในท้องถิ่นแรกๆ ที่ลงทะเบียนกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อดำเนินรูปแบบการทดสอบที่สามารถควบคุมได้สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำในจังหวัดฯ จังหวัดฯไม่เพียงแต่ทดสอบรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่เท่านั้น หากยังเป็นท้องถิ่นแรกในประเทศที่ทดสอบนโยบายนี้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการปรับปรุงกลไก นโยบาย และกรอบกลไก ระเบียบการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติให้มีความสมบูรณ์ รูปแบบนี้จะสร้างพื้นที่การทดสอบใหม่ที่ปลอดภัยและสามารถควบคุมได้ ช่วยให้สถานประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนชุมชนสถานประกอบการสามารถทดสอบรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เป็นจริงได้”

โครงการพัฒนาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำที่เดียนเบียนเน้นถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเกษตร โลจิสติกส์ สาธารณสุขและการจัดทำแผนที่ดิจิทัล ในด้านสาธารณสุข เดียนเบียนจะจัดตั้งเครือข่ายขนส่งฉุกเฉินด้วยโดรนเพื่อเชื่อมโยงศูนย์การแพทย์ต่างๆ เพื่อขนส่งยารักษาโรคและสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งช่วยยกระดับความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ โดรนยังถูกนำมาใช้ในการสำรวจภูมิประเทศ การจัดทำแผนที่ดิจิทัลและรูปแบบจำลองภูมิประเทศดิจิทัล โดยเฉพาะ ในด้านการเกษตร โดรนจะถูกนำมาใช้เพื่อขนส่งผลิตผลทางการเกษตร การพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ปุ๋ย หว่านเมล็ดพันธุ์ และติดตามการเจริญเติบโตของผลผลิตการเกษตร นาง หล่อหายยิง รองหัวหน้าสำนักงานการเกษตร จังหวัดเดียนเบียนกล่าวว่า

“จังหวัดเดียนเบียนกำลังดำเนินรูปแบบการประยุกต์ใช้โดรน เทคโนโลยีดิจิทัลในการกำกับดูแลการผลิต การควบคุมโรคระบาด และการสร้างฐานข้อมูลการเกษตร นี่คือก้าวเดินสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างภาคการเกษตรสีเขียว อัจฉริยะ ยกระดับมูลค่าการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลผลิตการเกษตรของเดียนเบียนในยุคแห่งการผสมผสาน”

ในทางเป็นจริง จากการทดสอบที่ตำบลซิ๊นฝิ่นแสดงให้เห็นว่า ถ้าหากต้องการขนส่งกาแฟ 100 กิโลกรัมจากยอดเขาลงมายังจุดรับซื้อ จะต้องใช้เวลาขี่รถจักรยานยนต์ถึง 2 ชั่วโมง หรือบางครั้งก็ไม่สามารถทำได้ในภูมิประเทศที่ลาดชันและถนนลื่นเนื่องจากฝนตก แต่สำหรับโดรนใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น โดรนไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มผลผลิต หากยังช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ถึงร้อยละ 40 และลดต้นทุนการเพาะปลูกร้อยละ 15-20 คิดเป็นประมาณ 4.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อมาที่เดียนเบียน สถานประกอบการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมกันจัดตั้งพันธมิตรเพื่อดำเนินงาน นอกจากการใช้โดรนแล้ว บรรดาผู้ประกอบการยังให้คำมั่นที่จะสร้างระบบการฝึกอบรมที่ครอบคลุม เพื่อให้เยาวชนในท้องถิ่นสามารถประกอบอาชีพเป็นวิศวกร นักบินและผู้จัดการเทคโนโลยีขั้นสูงที่บ้านเกิดของตนเองได้ นาย เหวียนวันควา ประธานพันธมิตรเศรษฐกิจการบินระดับต่ำเวียดนามกล่าวว่า

"พวกเราเสนอให้จังหวัดเดียนเบียนไม่ส่งเสริมเศรษฐกิจการบินระดับต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นๆ เพื่อเข้าร่วมรูปแบบการทดสอบและการปฏิบัติ โดยเฉพาะรูปแบบสำหรับพื้นที่สูง พื้นที่เขตเขาและพื้นที่ชายแดน ดังนั้น เดียนเบียนจะมีบทบาทเป็นผู้นำโดยจะเลือกรูปแบบ 1-2 รูปแบบเพื่อร่วมมือกับพันธมิตรของเราในการดำเนินการ โดยเฉพาะภาคการเกษตร และหวังว่า จะมีนโยบายที่ยั่งยืน"

แนวทางการดำเนินงานของเดียนเบียนกำลังเปิดโอกาสใหม่ ไม่เพียงแต่สำหรับท้องถิ่นเท่านั้น หากยังรวมถึงจังหวัดในเขตเขาอื่นๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การพัฒนาเศรษฐกิจ และการยกระดับสวัสดิการสังคมให้แก่ประชาชนอีกด้วย ถ้าหากดำเนินการได้ดี นี่อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดเดียนเบียนและของเวียดนามในภาคส่วนใหม่นี้อย่างแน่นนอน./.