|
เวียดนามได้รับการประเมินว่า เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากข้อตกลงทีพีพี ตามการพยากรณ์ ข้อตกลงทีพีพีจะช่วยเพิ่มอัตราการขยายตัวจีดีพีของเวียดนามเพิ่มขึ้น๒๓.๕พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี๒๐๒๐และ๓๓.๕พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี๒๐๒๕ มูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น๖หมื่น๘พันล้านเหรียญสหรัฐในปี๒๐๒๕ สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ตลาดใหญ่ๆ เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่นและแคนาดาปรัลลดภาษีสินค้านำเข้าเหลือ๐%จะสร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่การส่งออกของเวียดนามและมีความเป็นไปได้ที่มูลค่าการส่งออกสินค้าที่สำคัญคือ สินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า สินค้าการเกษตรและสัตว์น้ำไปยังตลาดนี้จะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี บรรดาผู้ประกอบการเวียดนามมีโอกาสมากมายเพื่อการพัฒนาแต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายไม่น้อย นาย เหงวียนชี้เฮี้ยว ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเห็นว่า “ทีพีพีจะสร้างโอกาสใหญ่ให้แก่เวียดนามในการผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลก ควบคู่กันนั้น เศรษฐกิจเวียดนามจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก สิ่งที่น่าสนใจคือ สินค้าที่เวียดนามมีจุดแข็ง เช่น สินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป สินค้าการเกษตรและสัตว์น้ำจะได้รับประโยชน์มากขึ้น”
![]() หน่วยงานสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเวียดนามถือเป็นหน่วยงานที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากข้อตกลงทีพีพี
|
ประเทศต่างๆที่เข้าร่วมข้อตกลงทีพีพีเป็นหุ้นส่วนส่งออกที่สำคัญของเวียดนาม โดยเฉพาะ สหรัฐและญี่ปุ่น มูลค่าการส่งออกของเวียดนามไปยัง๒ประเทศดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ๔๐ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดที่เวียดนามส่งออกไปยัง๑๑ประเทศสมาชิกทีพีพี ในการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงทีพีพี หน่วยงานสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเวียดนามถือเป็นหน่วยงานที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากข้อตกลงดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี เพื่อตอบสนองข้อกำหนดของทีพีพี บรรดาผู้ประกอบการสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปต้องพยายามมากขึ้น โดยเฉพาะ กฎระเบียบเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของสินค้าแบบyarn forward ตามกฎระเบียบดังกล่าว สินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีทีพีพีต้องใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศสมาชิกทีพีพีในขณะที่เวียดนามยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ จากประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกของทีพีพี นี่เป็นปัญหาที่เวียดนามต้องแก้ไขทันทีเพื่อได้รับประโยชน์จากข้อตกลงทีพีพี
ปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งใน๑๕ประเทศส่งออกสินค้าการเกษตรไปยังสหรัฐมากที่สุด เช่น กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกไทย ข้าวและชา ส่วนญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกทีพีพีและเป็นตลาดนำเข้าสินค้าการเกษตรรายใหญ่อันดับ๓ของเวียดนาม โดยมีสินค้าการเกษตรหลักคือ กาแฟและผลไม้ นอกจากนี้ ออสเตรเลียและเม็กซิโก ซึ่งเป็นสมาชิกทีพีพีก็เป็นตลาดนำเข้าสินค้าการเกษตรรายใหญ่ของเวียดนาม โดยนำเข้าสินค้าที่เวียดนามมีจุดแข็ง เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกไทย ข้าว กาแฟและผลไม้ แต่อย่างไรก็ดี นอกจากสินค้าที่มีความได้เปรียบแล้ว หน่วยงานปลูกอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลและเภสัชกรรมจะประสบอุปสรรค การเข้าร่วมทีพีพีทำให้เวียดนามต้องเปิดตลาดการผลิตน้ำตาลอ้อยและยกเลิกโควต้านำเข้า ดังนั้น หน่วยงานน้ำตาลอ้อยของเวียดนามจะประสบอุปสรรคมากมายเพราะมีต้นทุนการผลิตสูงมากและต้องแข่งขันกับประเทศสมาชิกทีพีพี เช่น ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำตาลอ้อยรายใหญ่อันดับ๓ของโลก นอกจากนี้ อุตสาหกรรมผลิตนมของเวียดนามก็จะได้รับผลกระทบเพราะ ในจำนวน๑๒ประเทศสมาชิกทีพีพี ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นสองประเทศที่มีอุตสาหกรรมผลิตนมที่ทันสมัย
รู้จักใช้โอกาสและลดความเสี่ยงเมื่อเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี ผู้ประกอบการเวียดนามจะสามารถต้องพัฒนาตามให้ทันกับแนวโน้มการผสมผสานเข้ากับกระแส เศรษฐกิจโลก.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ

