ชุดประจำชาติที่เปี่ยมด้วยสีสันสดใส ลวดลายการปักอันประณีต และผืนผ้าทอด้วยมือ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และจิตวิญญาณของสองประชาชาติเวียดนามและไทย นั้นได้รับการเผยแพร่ในนิทรรศการ “สายใยแห่งมิตรภาพ: เฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม” ซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์สตรีเวียดนาม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนามและไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยไม่เพียงนำเสนอความงดงามของเครื่องแต่งกายประจำชาติของทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังถ่ายทอดสารแห่งความผูกพันทางวัฒนธรรมและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่ได้รับการสานต่อและหล่อหลอมมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายชั่วอายุคน
บริเวณภายในพิพิธภัณฑ์สตรีเวียดนาม ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงการหลอมรวมของสองวัฒนธรรม โดยเครื่องแต่งกายแต่ละชุดล้วนบอกเล่าเรื่องราวของผู้คน ศิลปะการทอผ้า และคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอยกล่าวว่า
“เครื่องแต่งกายแต่ละชุดล้วนบอกเล่าเรื่องราวของความประณีต อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และความภาคภูมิใจในชาติ ผ่านเครื่องแต่งกายเหล่านี้ เราขอแสดงความชื่นชมต่อบรรดาช่างฝีมือ ซึ่งหลายท่านเป็นสตรีที่ได้อุทิศตนในการอนุรักษ์และสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าเหล่านี้มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับการจัดนิทรรศการในเดือนสิงหาคมยังเป็นโอกาสในการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระราชทานชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ได้รับการเสนอชื่อขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกในปีนี้”
ทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เบื้องหลังชุดประจำชาติแต่ละชุดไม่ได้มีเพียงความงดงามของเนื้อผ้าหรือรูปแบบการตัดเย็บเท่านั้น หากยังเป็นผลจากความวิริยะอุตสาหะของช่างฝีมือจำนวนมากที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะการทอผ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งนอกจากการเชิดชูคุณค่าทางวัฒนธรรมแล้ว นิทรรศการครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรีเวียดนามและสตรีไทยในการอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาอันล้ำค่าสู่คนรุ่นต่อไป นาง เหงียน ถิ แทง รองประธานสภาแห่งชาติเวียดนามกล่าวว่า
“คณะกรรมการจัดงานได้เชิดชูบทบาทของสตรีและศิลปะการทอผ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความขยันหมั่นเพียร ความประณีต และความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบันของทั้งเวียดนามและไทย สิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติสืบไป”
ทั้งนี้ สารที่นิทรรศการต้องการสื่อยังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการตอบรับของผู้เข้าชม โดยหลายคนใช้เวลาในการชื่นชมลวดลายบนเครื่องแต่งกาย อ่านเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละชุดอย่างละเอียด และบันทึกภาพที่ประทับใจไว้ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและเยาวชนชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อย นิทรรศการนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมเท่านั้น หากยังช่วยให้เข้าใจเส้นทางแห่งมิตรภาพในตลอด 50 ปีของความสัมพันธ์เวียดนาม–ไทย ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“ผมมาเยี่ยมชมนิทรรศการโดยบังเอิญ แต่เมื่อได้เดินเข้ามา ก็รู้สึกประทับใจมากที่ผู้จัดงานเลือกใช้ ‘ศิลปะการทอผ้า’ เป็นหัวข้อหลัก เพื่อสะท้อนจุดร่วมของเวียดนามและไทย ผ่านลวดลายบนเครื่องแต่งกายของทั้งสองประเทศ ทำให้ผมได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความหมายของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนามกับไทยมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่านี่เป็นนิทรรศการที่น่าสนใจมาก และอยากแนะนำให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเอง”
“น่าประทับใจมากที่ได้ชื่นชมเครื่องแต่งกายซึ่งสะท้อนถึงงานหัตถกรรมอันประณีต ทั้งศิลปะการปักและเทคนิคการตัดเย็บที่งดงาม”
จากชุดประจำชาติอันงดงามไปจนถึงความประทับใจของผู้เข้าชม นิทรรศการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมคือสะพานที่มั่นคงและยั่งยืนในการเชื่อมโยงผู้คนและประชาชาติ เปรียบเสมือนเส้นด้ายเล็ก ๆ ที่ถักทอรวมกันจนกลายเป็นผืนผ้าที่สมบูรณ์ มิตรภาพระหว่างเวียดนามและไทยก็ได้รับการสานต่อจากความไว้วางใจ การแบ่งปัน และการเดินเคียงข้างกันของประชาชนทั้งสองประเทศตลอดหลายชั่วอายุคน.
