เวียดนามได้ใช้ประโยชน์จากความเห็นพ้องและการสนับสนุนของประเทศสมาชิก จนทำให้สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 32 ปี 1977 ได้อนุมัติมติที่ 32/2 ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆและองค์การระหว่างประเทศให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเวียดนามในการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม
ส่วนในช่วงหลายปีต่อมา โครงการร่วมมือกับระบบการพัฒนาของสหประชาชาติได้มีส่วนช่วยจัดสรรเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยีและประสบการณ์จากนานาชาติให้แก่กระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนาม
เวียดนามยังได้เข้าร่วมกิจการต่างๆของสหประชาชาติอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้ง มีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในประเด็นต่างๆตั้งแต่การรักษาสันติภาพ การค้ำประกันสิทธิมนุษยชน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปจนถึงการรับมือความท้าทายระดับโลก ขณะเดียวกัน เวียดนามได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดกฎเกณฑ์ บรรทัดฐาน และระเบียบวาระการประชุมของสหประชาชาติ เช่น เวียดนามได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มาแล้ว 2 สมัย ได้แก่ วาระปี 2008-2009 และ2020-2021 และดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมาแล้ว 3 วาระ โดยได้เสนอและผลักดันความคิดริเริ่มสำคัญหลายประการภายใต้กรอบสหประชาชาติ อาทิ มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในบริบทหลังการปะทะ การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อประชาชนในสถานการณ์ที่เกิดการปะทะ ตลอดจนมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับวันเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดสากล 27 ธันวาคม วันเล่นสากล 11 มิถุนายน การริเริ่มจัดตั้งกลุ่มเพื่อนของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ปี 1982
การมีส่วนร่วมในเชิงรุกอย่างแข็งขันในสหประชาชาติมีส่วนช่วยให้เวียดนามกระชับความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ บรรทัดฐานและแหล่งพลังระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนภารกิจการเปลี่ยนแปลงใหม่ การพัฒนาที่ยั่งยืนและการดำเนินตามยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ
อีกทั้งสร้างพื้นที่พหุภาคีให้เวียดนามสามารถปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติด้วยสันติวิธี ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านกลไกและการบริหารประเทศ.
