การประชุมได้จัดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับสหรัฐยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อไป โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าการค้าต่างตอบแทนอยู่ที่ 1 แสน 5 หมื่น 7 พัน 8 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในการกล่าวปราศรัยในการประชุม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ามยาตุ๊ก ได้ย้ำถึง 5 สาขาความร่วมมือที่เวียดนามและสหรัฐให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆในระยะต่อไป

“ประการแรกคือเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูล ประการที่สองคือพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสีเขียวประการที่สามคือ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ผลักดันความเชื่อมโยงด้านการผลิต สร้างความหลากหลายด้านแหล่งจัดหาและเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ ประการที่สี่คือการเงิน นวัตกรรมและการทำธุรกิจสตาร์ตอัพ โดยเอื้อให้เกิดการพัฒนารูปแบบทางการเงินใหม่ ๆ ระดมแหล่งเงินทุนในระยะยาวและสนับสนุนภาคธุรกิจด้านนวัตกรรม ประการที่ห้าคือ การศึกษา การฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยและภาคธุรกิจ พร้อมทั้งส่งเสริมการฝึกอบรมที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ”

ส่วนนาง เจนนิเฟอร์ วิค เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนามได้ย้ำว่า ภาคธุรกิจสหรัฐพร้อมร่วมมือกับเวียดนามเพื่อแปรเป้าหมายการพัฒนาต่าง ๆ ให้กลายเป็นความจริง

ในการประชุมครั้งนี้ ผู้บรรยายมุ่งหารือเกี่ยวกับการกำหนดแนวทางหลัก 3 ประการ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัลและกระแสการสร้างนวัตกรรม การส่งเสริมแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมุ่งมั่นที่จะเดินพร้อมกับเวียดนามในด้านการผลิต การลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ./.