ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญกับความผันผวนต่างๆ อาเซียนกำลังปรับตัวและปฏิรูปอย่างเหมาะสม เพื่อยืนยันถึงศักยภาพ ความเข้มแข็ง และความน่าสนใจขององค์กร โดยเวียดนามเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน ซึ่งมีบทบาทและมีส่วนร่วมอย่างขาดไม่ได้

ตลอดระยะเวลา 59 ปี อาเซียนได้พัฒนาเป็นประชาคมที่มี 11 ประเทศสมาชิก และกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพลวัตมากที่สุดของโลก มีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นทั้งในโครงสร้างระดับภูมิภาคและโลก การธำรงไว้ซึ่งความสามัคคี ความเป็นเอกฉันท์ และการสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ที่หลากหลายของประเทศสมาชิก คือเป้าหมายที่อาเซียนกำลังมุ่งมั่นเพื่อรับมือความท้าทายในปัจจุบัน นาง โตนถิหงอกเฮือง เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรเวียดนามประจำอาเซียน กล่าวว่า

“ประเทศสมาชิกอาเซียนจำเป็นต้องส่งเสริมการสนทนา การทาบทามความคิดเห็น และการสร้างความไว้วางใจบนพื้นฐานของการเคารพผลประโยชน์อันชอบธรรมของกันและกัน รวมทั้งสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของแต่ละประเทศกับผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค ความท้าทายประการที่สอง คือ การรักษาความสมดุลในความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ จุดแข็งของอาเซียนคือการเป็นผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นภายในของอาเซียนที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลานาน หากอาเซียนต้องการรักษาบทบาทเป็นศูนย์กลางและมีบทบาทนำในกระบวนการความร่วมมือระดับภูมิภาค ก็จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านทรัพยากร และมีความยืดหยุ่นรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นในการระดมแหล่งพลังต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการความร่วมมือที่เพิ่มสูงขึ้น”

การที่อาเซียนรับรองให้ตุรกีเป็นคู่สนทนาลำดับที่ 12 รวมทั้งอนุมัติให้เยอรมนีและกาตาร์เป็นคู่สนทนาตามสาขา ตลอดจนเห็นชอบให้สหราชอาณาจักรเข้าร่วมฟอรั่มภูมิภาคอาเซียน หรือ ARF ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความน่าดึงดูดและสถานะที่เพิ่มสูงขึ้นของอาเซียน ในฐานะศูนย์กลางของการเชื่อมโยงผลประโยชน์ การประสานความร่วมมือ และการกำหนดทิศทางของกระบวนการความร่วมมือในภูมิภาค.

ผู้สื่อข่าวของ VOV ณ ประเทศอินโดนีเซีย