บทความเรื่อง "สื่อมวลชนปฏิวัติเวียดนามในยุคดิจิทัล" ของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โต เลิม ในโอกาสครบรอบ 101 ปีวันสื่อมวลชนปฏิวัติเวียดนาม 21 มิถุนายน กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษของสำนักสื่อทั่วประเทศ

ตามความเห็นของรองศาสตราจารย์ ดร. เหงวียน ถิ เจื่อง ยาง รองผู้อำนวยการสถาบันการสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ จุดเด่นของบทความนี้คือการวางตำแหน่งของวงการสื่อในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศโดยรวม เชื่อมโยงกับภารกิจการสร้างพรรค การปกป้องปิตุภูมิและการเสริมสร้างสถานะของเวียดนามในเวทีระหว่างประเทศ

หนึ่งในข้อความที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเน้นย้ำเป็นพิเศษคือ ความจำเป็นที่สื่อจะต้องมีบทบาทเชิงรุกบนทุกแพลตฟอร์มดิจิทัลแต่ไม่ควรพึ่งแพลตฟอร์มเหล่านั้นเป็นหลัก ดร. เหงวียน ถิ เจื่อง ยาง รองผู้อำนวยการสถาบันการสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์กล่าวว่านี่ไม่ใช่เพียงประเด็นทางวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของอธิปไตยการสื่อสารของชาติในยุคดิจิทัล โดยสื่อต้องเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ข้อมูล และวิธีการเผยแพร่เนื้อหา แต่ไม่ควรไล่ตามอัลกอริทึม ยอดวิว หรือการมีปฏิสัมพันธ์มากเกินไปจนละเลยหน้าที่ในการชี้แนะและสร้างคุณค่าทางสังคมต่างๆ

พันเอกโด ฟู้ เถาะ บรรณาธิการใหญ่บริหารหนังสือพิมพ์ทหารผ่านศึกเวียดนาม เห็นด้วยกับมุมมองนี้ โดยย้ำว่าสาระสำคัญที่สุดของบทความนี้คือความจำเป็นในการรักษาความซื่อสัตย์สุจริตของนักข่าวในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสามารถสนับสนุนงานด้านการทำข่าวรายงานข่าวได้ แต่ไม่สามารถทดแทนความมั่นคงทางการเมือง จริยธรรมวิชาชีพ และความรับผิดชอบต่อสังคมของนักข่าวได้ นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สื่อมวลชนต้องรักษาบทบาทเป็นผู้แนะแนวในการเผยแพร่ข้อมูลท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากสื่อสังคมออนไลน์

ส่วนรองศ.ดร. เหงวียนถิบ๊าว อาจารย์อาวุโสจากสถาบันรัฐศาสตร์แห่งชาติโฮจิมินห์เห็นว่า สื่อมวลชนจำเป็นต้องเปลี่ยนจากความคิดแบบตั้งรับไปสู่การสร้างผผลงานสื่อที่น่าสนใจและโน้มน้าวใจอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะข้อมูลที่ถูกต้อง มีการตรวจสอบแล้ว และได้นำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อต้านกับข่าวปลอมและข้อมูลที่บิดเบือนความจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องกันว่า สารสำคัญที่เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โต เลิม ได้ส่งถึงสื่อมวลชน คือการผสมผสานความซื่อสัตย์มุ่งมั่นทางการเมือง จริยธรรมวิชาชีพ และความสามารถทางเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างสรรค์หน่วยงานสื่อสารมวลชนที่ทันสมัย ​​เป็นมืออาชีพ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแต่ไม่พึ่งแต่เทคโนโลยี จากนั้นเพื่อเผยแพร่คุณค่าแห่งเวียดนามและรับใช้ภารกิจการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ.