นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ยืนยันว่า น้ำมันเป็นสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความจำเป็น และเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิต การดำเนินธุรกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค การจัดทำมติฉบับใหม่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจน้ำมันจะต้องมุ่งแก้ไขข้อบกพร่องของกลไกปัจจุบัน สร้างตลาดและระบบจำหน่ายน้ำมันที่ดำเนินงานอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ โปร่งใส มีการแข่งขัน และดำเนินตามกลไกเชิงตลาดภายใต้การบริหารของรัฐ รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการปรับตัวและรับมือของระบบภายในประเทศต่อผลกระทบจากตลาดโลก เพื่อค้ำประกันความมั่นคงด้านพลังงานและอุปทานในทุกสถานการณ์
นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง กำชับให้กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเร่งปรับปรุงร่างมติให้มีความสมบูรณ์ เดินหน้าประสานงานกับภาคธุรกิจ สมาคม และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญ บนเจตนารมณ์แห่งความพร้อมรับฟังความคิดเห็นเพื่อยื่นเสนอให้ประกาศใช้มติดังกล่าวก่อนต้นเดือนตุลาคม 2026.
