นี่คือคำยืนยันของนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามเมื่อเร็วๆนี้ โดยนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ ได้ชื่นชมความคิดริเริ่มของเวียดนามและย้ำถึงบทบาทของการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับไทยในการสร้างประชาคมอาเซียนที่พึ่งตนเอง เปลี่ยนแปลงใหม่และถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง

“ดิฉันชื่นชมเวียดนามที่เป็นเจ้าภาพจัดฟอรั่มอนาคตอาเซียน หรือ AFF ปี 2026 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่เปิดกว้าง ครอบคลุม เป็นเวทีให้บรรดาผู้นำ นักวิชาการและสถานประกอบการหารือเกี่ยวกับปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ ดิฉันก็มีความประทับใจกับหัวข้อของฟอรั่มปีนี้คือ “ร่วมกันสร้างอนาคตร่วมแห่งสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาที่ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน”

อีกจุดเด่นของฟอรั่มปีนี้คือการเข้าร่วมของพรรคการเมืองต่างๆในภูมิภาค ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประชาชนกับผู้วางนโยบาย ดิฉันเชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมของบรรดาผู้นำและผู้บริหารภาคส่วนต่างๆจะช่วยให้ฟอรั่มปีนี้ประสบความสำเร็จในการวางแนวทางสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนที่พึ่งตนเอง เปลี่ยนแปลงใหม่ คล่องตัวและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง”

ในฟอรั่มปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่กรุงฮานอยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บริหารเมืองต่างๆในอาเซียนในหัวข้อ “ส่งเสริมอนาคตจากเครือข่ายเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืนและเชื่อมโยง” โดยนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ได้ประเมินกิจกรรมนี้ว่า

“การที่กรุงฮานอยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บริหารเมืองต่างๆในอาเซียนสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเป็นผู้นำของเวียดนามที่นับวันเพิ่มขึ้นในการส่งเสริมการเชื่อมโยงในภูมิภาคและการพัฒนาอย่างยั่งยืนยืน ซึ่งสิ่งนี้ยิ่งมีความหมายเมื่ออาเซียนมุ่งมั่นผลักดันวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 โดยที่ประชุมจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่บรรดาผู้บริหารเมืองต่างๆในอาเซียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมาตรการแก้ไขปัญหาในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ธรรมาภิบาล AI การรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการวังผังเมืองอย่างยั่งยืน ดิฉันเชื่อมั่นว่า กรุงฮานอยมีความได้เปรียบในการจัดการประชุมนี้ โดยได้บรรลุความก้าวหน้าในการพัฒนาเมือง ธรรมาภิบาลดิจิทัลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในขณะที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมให้มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงคำมั่นที่เข้มแข็งในการส่งเสริมการสนทนาและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างเมืองต่างๆในกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอาเซียน”

ส่วนสำหรับบทบาทของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามต่อเสถียรภาพและการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ได้ให้ข้อสังเกตว่า

“ไทยและเวียดนามเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญ น่าไว้วางใจและเดินหน้าส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยหลังจากเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อปี 1995 เวียดนามได้สร้างนิมิตหมายในกระบวนการพัฒนาอาเซียน มีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมและกระตือรือร้นในการส่งเสริมอาเซียนที่แข็งแกร่ง สามัคคีและมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะมีบทบาทสำคัญในการขยายกลุ่มอาเซียนผ่านการสนับสนุนการรับลาว เมียนมาร์และกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม ซึ่งท่ามกลางสถานการร์ภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความผันผวนต่างๆ ทั้งไทยและเวียดนามจะเดินหน้าร่วมมือเพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง ธำรงบทบาทเป็นศูนย์กลางและความสามัคคีของอาเซียน นอกจากนี้ จากการเป็นประเทศริมฝั่งทะเล ทั้งไทยและเวียดนามแลกเปลี่ยนเป้าหมายร่วมในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในการเดินเรือ ไทยยืนยันอีกครั้งถึงคำมั่นที่เข้มแข็งต่อหลักการเสรีภาพในการเดินเรือ สอดคล้องกับกฎหมายสากลและพร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเวียดนามเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สันติภาพ อำนวยความสะดวกให้แก่ความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค ซึ่งทั้งสองประเทศควรประสานงานอย่างใกล้ชิดในการปกป้องประชาชนต่อความเสี่ยงจากความมั่นคงรูปแบบใหม่ เช่น ยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งความร่วมมือในรอบด้านเหล่านี้เป็นกุญแจให้แก่เสถียรภาพที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”.