เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเนปาลได้กลับมาเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มครั้งรุนแรงบริเวณชายแดนระหว่างเนปาลกับจีนหลังจากต้องระงับภารกิจชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำที่เกิดขึ้นจากดินถล่มอาจพังทลายและเกิดน้ำทะลักลงมา

ในเนปาล เจ้าหน้าที่ความมั่นคงหลายพันนาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ทหาร ได้กลับมาเข้าถึงพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเดินทางทางบกได้ หลังจากต้องหยุดภารกิจชั่วคราว เนื่องจากอ่างน้ำที่เกิดขึ้นภายหลังภัยพิบัติได้พังทลายลง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวล เนื่องจากมีอ่างน้ำ 2 แห่งที่เกิดจากดินและหินถล่มลงมาปิดกั้นทางน้ำของแม่น้ำ คาดว่าฝนมรสุมในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก และสร้างแรงกดดันต่อพื้นที่ปลายน้ำมากขึ้น

จนถึงเช้าวันที่ 29 สิงหาคม ทางการเนปาลยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 579 ราย และยังมีผู้สูญหาย 1,924 ราย ขณะที่บริเวณทิเบตของจีน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และสูญหาย 554 ราย คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากพื้นที่ภูเขาห่างไกลหลายแห่งยังคงถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ขณะเดียวกัน ประชาคมระหว่างประเทศกำลังเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษระบุว่า เจ้าหน้าที่รับมือวิกฤตจะเดินทางถึงกรุงกาฐมาณฑุของเนปาลในวันที่ 29 สิงหาคม เพื่อเสริมการให้บริการด้านกงสุล นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 6.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน อินเดียยืนยันว่า ทีมกู้ภัยและบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 11 คน ได้เดินทางถึงเนปาลแล้ว ด้วยเที่ยวบินสนับสนุนเที่ยวที่ 3 ของกองทัพอากาศอินเดีย

ผู้สื่อข่าว VOV ประจำอินเดีย