ในกรอบการเยือนประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนานาชาติด้านอวกาศ บ่ายวันที่ 10 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปารีส เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โต เลิม และประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ได้พบปะกับสื่อมวลชนก่อนการเจรจา โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การเยือนครั้งนี้จะช่วยสร้างผลสำเร็จใหม่ในความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างสองประเทศบนพื้นฐานของความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ซึ่งได้สถาปนาขึ้นในปี 2024 และได้รับการส่งเสริมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในปี 2025 ซึ่งท่ามกลางความท้าทายที่มีต่อระบบการค้าระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายต้องยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปกับเวียดนาม หรือ EVFTA ขณะที่ข้อตกลงการคุ้มครองการลงทุนระหว่างสหภาพยุโรปกับเวียดนาม หรือ EVIPA ซึ่งกำลังจะได้รับการให้สัตยาบัน จะเปิดโอกาสใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังยืนยันความประสงค์ว่า ฝรั่งเศสจะเป็นหุ้นส่วนชั้นนำของเวียดนามในด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เมืองอัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรม ความร่วมมือด้านการศึกษาและสาธารณสุขถือเป็นสาขาความร่วมมือที่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพฝรั่งเศส–เวียดนาม โดยทั้งสองฝ่ายควรให้ความสำคัญสูงสุดกับการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างสองประเทศ
ส่วนเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โต เลิม ได้แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของการประชุมสุดยอดนานาชาติด้านอวกาศ ซึ่งอวกาศเป็นสาขาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงและการพัฒนาของประเทศต่างๆในปัจจุบัน และกล่าวว่า
“เรากำลังเร่งผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนา ยกระดับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ พลังงาน และแหล่งบุคลกรคุณภาพสูง ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่ฝรั่งเศสมีจุดแข็งอย่างมาก และยังมีศักยภาพอีกมากที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันในระยะต่อไป โดยเวียดนามและฝรั่งเศสต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละประเทศอย่างเต็มที่ แสวงหาประโยชน์จากความเกื้อหนุนกัน กำหนดทิศทางใหม่สู่ระดับที่สูงขึ้นในสาขาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเปิดกรอบความร่วมมือใหม่ระหว่างสองประเทศ โดยความไว้วางใจทางการเมืองต้องเป็นเข็มทิศนำทาง ความร่วมมือทางการเมือง กลาโหม และความมั่นคงเป็นเสาหลัก ความร่วมมือทางเศรษฐกิจต้องเป็นจุดมุ่งหมาย ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต้องเป็นด้านที่สร้างก้าวกระโดด ส่วนวัฒนธรรม การศึกษา และการดูแลสุขภาพของประชาชน เป็นพื้นฐานสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามและฝรั่งเศสให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
