ส่วนเมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมา ณ นครโฮจิมินห์ เนื่องในโอกาสรำลึกครบรอบ 51 ปีวันปลดปล่อยภาคใต้ รวมประเทศเป็นเอกภาพ 30 เมษายน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม พร้อมคณะปฏิบัติงานส่วนกลางได้ไปวางพวงมาลาและจุดธูปรำลึกถึงเลขาธิการใหญ่พรรค เลหยวน ผู้ล่วงลับ เลขาธิการใหญ่พรรค เหงวียนวันลิงห์ ผู้ล่วงลับ ประธานสภาแห่งรัฐ หวอชีกง ผู้ล่วงลับ ประธานประเทศ เลดึ๊กแอง ผู้ล่วงลับ ประธานสภารัฐมนตรี ฝ่ามหุ่ง ผู้ล่วงลับและนายกรัฐมนตรี หวอวันเกียด ผู้ล่วงลับ

เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม แสดงความเคารพและรำลึกถึงผู้นำรุ่นก่อน พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อคุณูปการอันยิ่งใหญ่และการอุทิศตนตลอดชีวิตเพื่อพรรคและประชาชาติ เพื่ออุดมการณ์อันสูงส่งของเวียดนามที่เป็นเอกราช เอกภาพและก้าวไปสู่สังคมนิยมเพื่อให้ประชาชนเวียดนามมีชีวิตที่เสรีและอิ่มหนำผาสุก เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศโต เลิม ได้ไต่ถามถึงความเป็นอยู่และอวยพรให้ทุกครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข

ในขระเดียวกัน ในเช้าวันที่ 27 เมษายน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ไปจุดธูปที่สุสานทหารพลีชีพเพื่อชาติ เตินเบียน จังหวัดเตยนิงห์ ซึ่งเป็นสุสานของทหารพลีชีพเพื่อชาติกว่า 15,000 นาย โดยชีวิตของทหารพลีชีพเพื่อชาติแต่ละคนถือเป็นบทเพลงอมตะที่จารึกถึงความรักชาติ ความมุ่งมั่นในการต่อสู้กู้ชาติและพร้อมที่สะละชีพเพื่อชาติ

ส่วนในการพบปะกับแรงงานกรรมกร 200 คนเนื่องในโอกาสนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ยืนยันว่า พรรคและรัฐตระหนักได้ดีว่า ชนชั้นกรรมกรเป็นกองกำลังที่สำคัญในภารกิจสร้างสรรค์และพิทักษ์รักษาปิตุภุมิ

“ต้องถือการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของกรรมกรและแรงงานเป็นหน้าที่ทางการเมืองที่สำคัญเสมอและยาวนาน นครโฮจิมินห์ต้องตรวจสอบความต้องการในด้านที่อยู่อาศัยให้แก่กรรมกร รวมทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย สถาบันวัฒนธรรม เป็นต้น พยายามให้กรรมกรไม่เพียงแต่มีงานทำเท่านั้น หากยังมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง มีรายได้เลี้ยงชีพลูกหลานและดูแลพ่อแม่ผู้สูงอายุ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ทางจิตใจด้วย”.