ก่อนหน้านั้น ในการเจรจาทวิภาคี ผู้นำสองประเทศเวียดนาม – รัสเซียได้เห็นพ้องที่จะดำเนินมาตรการที่เข้มแข็งเพื่อให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจมีบทบาทเดินหน้าในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์เวียดนาม-รัสเซียให้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยพายามเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนให้บรรลุ 1 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเร็วๆ นี้ ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศเพิ่มการเชื่อมโยง ขยายการลงทุน ร่วมกันสร้างห่วงโซ่การผลิตและอุปทานใหม่ รวมถึงสาขาใหม่ที่มีศักยภาพสูง

ผู้นำทั้งสองท่านยังยืนยันว่า พลังงานและปิโตรเลียมยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับรัสเซีย โดยจะขยายความร่วมมือไปสู่สาขาพลังงานใหม่ๆ เช่น พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานลมและพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น

สำหรับความร่วมมือด้านพลังงานปรมาณูเพื่อสันติภาพ ผู้นำทั้งสองท่านประเมินว่า นี่เป็นสาขาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพที่จะสร้างนิมิตหมายใหม่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในระยะการพัฒนาใหม่ ประธานาธิบดีรัสเซียยืนยันความพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ เทคโนโลยี สนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากรและปฏิบัติความร่วมมือตามแนวทางที่สอดคล้องกับความต้องการของเวียดนาม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างเสาหลักความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านกลาโหม ความมั่นคงและเทคนิคทางการทหารอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากรคุณภาพสูง เป็นต้น

เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม แสดงความยินดีที่ประธานาธิบดี ปูติน พิจารณาเรื่องการยกเว้นวีซ่าให้แก่พลเมืองเวียดนาม พร้อมทั้งยืนยันว่าเวียดนามพร้อมที่จะประสานงานในการจัดงาน "ฤดูวัฒนธรรมรัสเซียในเวียดนาม" ในปี 2027 และเชิญประธานาธิบดี ปูติน เดินทางมาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในเวียดนามในเดือนพฤศจิกายนปี 2027 ส่วนประธานาธิบดี ปูติน ได้ยืนยันว่า จะประสานงานกับเวียดนามเพื่อมีส่วนช่วยให้การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ปี 2027 ประสบความสำเร็จ

โอกาสนี้ ประธานาธิบดี ปูติน ได้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลสันติภาพนานาชาติ เลฟ ตอลสตอย (Lev Tolstoy) ประจำปี 2026 ให้แก่เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม.