ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 ทรงเผยว่า จากการเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของยุโรปในเวียดนาม เดนมาร์กมีศักยภาพความร่วมมืออีกมากกับเวียดนาม โดยเฉพาะในด้านพลังงาน การเดินเรือ โลจิสติกส์ อาหารที่ยั่งยืน การเกษตร รวมถึงมาตรการทางชีวภาพและการแพทย์ พร้อมทั้งทรงเชื่อมั่นว่าผ่านฟอรั่มสถานประกอบการ ทั้งสองฝ่ายจะได้พบปะกับหุ้นส่วนใหม่ และเปิดโอกาสความร่วมมือใหม่ โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ส่วนเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เผยว่า เวียดนามได้กำหนดแนวทางในการดึงดูดโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีคุณภาพสูง เทคโนโลยีขั้นสูง มูลค่าเพิ่มสูง มีความสามารถในการเชื่อมโยงกับสถานประกอบการภายในประเทศ พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงต่างๆของเดนมาร์กให้ความสนใจ สนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการเดนมาร์กเพิ่มการลงทุนและขยายการประกอบธุรกิจในระยะยาวในเวียดนาม โดยเฉพาะในด้านพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เทคโนโลยีขั้นสูง การเปลี่ยนผ่านสีเขียว เภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ และการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีสูง หวังว่า เดนมาร์กจะสนับสนุนด้านการเงินสีเขียว การถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมแหล่งบุคลากร และการเชื่อมโยงทางธุรกิจ ตลอดจนส่งเสริมให้สถาบันการเงินและกองทุนเพื่อการลงทุนของเดนมาร์กมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่เชิงยุทธศาสตร์ในเวียดนาม ทั้งสองฝ่ายต้องผลักดันการสนทนานโยบาย การส่งเสริมการลงทุน และการพัฒนาโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยืนยันว่าความสำเร็จของสถานประกอบการในเวียดนามก็คือความสำเร็จของเวียดนามเช่นกัน เวียดนามพร้อมที่จะร่วมมือกับสถานประกอบการที่เข้ามาลงทุน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ สร้างคุณค่าใหม่ๆ และอนาคตแห่งการพัฒนาที่เจริญรุ่งเรืองและยั่งยืน.