ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป ทรงชื่นชมความหมายของการเยือนครั้งนี้ ซึ่งมีขึ้นในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านานและความร่วมมือในหลายด้านระหว่างสองประเทศกำลังพัฒนาอย่างดีงาม พร้อมทั้งยืนยันว่า เบลเยียมให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์กับเวียดนาม พร้อมที่จะช่วยเหลือเวียดนามในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ส่วนเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ชื่นชมการที่สภาล่างเบลเยียมเป็นสำนักงานนิติบัญญัติแห่งเดียวในโลกจนถึงขณะนี้ ที่ได้อนุมัติมติเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายจากสารพิษสีส้มไดอ๊อกซินเวียดนาม ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงจิตใจแห่งมนุษยธรรมและความสามัคคีอันลึกซึ้งระหว่างสองประชาชาติ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เสนอให้ทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์จากศักยภาพความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเฉพาะในด้านที่เป็นจุดแข็ง เช่น ท่าเรือ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น
ผู้นำทั้งสองท่านยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการฝึกอบรม วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนต่อไป สำหรับปัญหายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ ผู้นำทั้งสองท่านได้เห็นพ้องเกี่ยวกับแนวทางใหญ่เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ตั้งใจที่จะยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในเวลาที่จะถึง ทั้งสองฝ่ายยืนยันถึงคำมั่นที่เข้มแข็งต่อลัทธิพหุภาคี เชิดชูบทบาทของสหประชาชาติ และการปฏิบัติตามกฎหมายสากลและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในโลก.
