เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม กล่าวว่า แม้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศจะประสบผลที่น่าชื่นชมในหลายด้านแต่ยังไม่สอดคล้องกับศักยภาพและระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกระดับความร่วมมือทวิภาคีขึ้นไปอีกขั้นซึ่งไม่เพียงแต่ขยายขนาดเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าคือต้องปรับปรุงคุณภาพ ตามส่วนลึกและคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศใช้ประโยชน์จากเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกันแก่ทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น และลงทุนในภาคที่สำคัญ เวียดนามไม่เพียงแต่เรียกร้องให้มีการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเตรียมความพร้อมอย่างแข็งขันเพื่อสร้างเงื่อนไขที่ดีที่สุดสนับสนุนนักลงทุน โดยเร่งปฏิรูปกลไกระเบียบการ ลดขั้นตอนการบริหาร ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลในการบริหารภาครัฐ และปรับปรุงประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เวียดนามมุ่งเน้นการพัฒนาสภาพแวดล้อมสนับสนุนภาคการลงทุน รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม เขตเทคโนโลยีขั้นสูง ศูนย์นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง เวียดนามปรารถนาที่จะเป็นจุดหมายที่นักธุรกิจมาลงทุน เป็นสถานที่ที่นักลงทุนสามารถพัฒนาขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน”

ในโอกาสนี้ สมาคมผู้ประกอบการทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการประสานงานการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการลงทุน การเชื่อมโยงธุรกิจ ร่วมมือในการดำเนินโครงการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ ผลิตภาพยนตร์ และการเชื่อมโยงตลาด.