ในเช้าวันเดียวกัน ณ กรุงฮานอย ตั้งแต่เช้าตรู่ ได้มีการจัดพิธีเชิญธงชาติ ณ จัตุรัสบาดิ่งห์ โดยมีผู้คนจำนวนมากเข้าร่วม ยืนหันหน้าไปมองที่ธงชาติโบกสะบัดอยู่หน้าสุสานประธานโฮจิมินห์ ในช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ของวันประกาศเอกราช
ในขณะเดียวกันมีประชาชนจำนวนมากได้รวมตัวกันที่จัตุรัส บาดิงห์อันแห่งประวัติศาสตร์เพื่อเข้าเคารพศพประธานโฮจิมินห์ และเยือนแหล่งอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ ณ ทำเนียบประธานประเทศ นายเหงวียน วัน เล จากจังหวัดจาลาย และคุณ ฝาม ถิ ลาน ชนเผ่าไต จากจังหวัดลาวกาย ได้กล่าวว่า
"ในปี 1969 เมื่อได้ยินข่าวการจากไปของประธานโฮจิมินห์ ผมรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก วันนี้เมื่อได้กลับมายังเมืองหลวงและได้เคารพศพท่านผมยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก”
"ปีนี้ดิฉันอายุ 60 ปีแล้ว ทุกคนต่างปรารถนาที่จะได้เห็นประธานโฮจิมินห์สักครั้งและวันนี้ ได้มาเยี่ยมสุสานประธานโฮจิมินห์และเข้าแสดงความเคารพต่อท่านก็เป็นสิ่งที่ซาบซึ้งใจมาก”
สำหรับผู้คนจากภาคกลางและภาคใต้ของเวียดนาม การเดินทางมายังเมืองหลวงและเยี่ยมสุสานประธานโฮจิมินห์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความปรารถนาแต่ยังเป็นการเดินทางกลับสู่รากเหง้าด้วยความศักดิ์สิทธิ์ นายเหงวียน ดึ๊ก ฮิว จากจังหวัดจาลาย กล่าวว่า
“ผมพาลูกสองคนมาที่ฮานอยเพื่อให้พวกเขาได้มาเยี่ยมสุสานและเข้าเคารพศพประธานโฮจิมินห์ ผมหวังว่าลูกๆของผมจะซาบซึ้งและเจริญเติบโตตามแบบอย่างประธานโฮจิมินห์ ทำในสิ่งที่ดี รู้จักรัก และช่วยเหลือทุกคน.”
