นี่คือการประเมินในประชุมสรุปผลงานด้านผู้สูงอายุช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 และการปฏิบัติงานในระยะต่อไป ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 17 สิงหาคม ณ ทำเนียบรัฐบาลในกรุงฮานอย

ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ามถิแทงจ่า ประธานคณะกรรมการแห่งชาติเกี่ยวกับผู้สูงอายุเวียดนาม ยืนยันว่า งานด้านผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษจากพรรคและรัฐมาโดยตลอด พร้อมทั้ง ย้ำว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว จึงเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่แนวความคิดอย่างจริงจัง โดยต้องมองว่าผู้สูงอายุคือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพ สติปัญญา และความต้องการ ได้ทำงานและอุทิศตนต่อไป หนึ่งในภารกิจที่รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเป็นพิเศษคือ การเน้นพัฒนาและส่งเสริมระบบนิเวศ "เศรษฐกิจสีเงิน" (Silver Economy) อย่างยั่งยืน ครอบคลุม และรอบด้าน สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

"ยิ่งกว่าเวลาใด เราต้องมุ่งเน้นการยกระดับความรู้ ความเข้าใจและความรับผิดชอบในงานด้านผู้สูงอายุภายใต้สถานการณ์ใหม่ สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านความคิดของระบบการเมือง ตลอดจนสังคมอย่างแท้จริง จากการดูแลและช่วยเหลือ สู่การยืนยันว่า ผู้สูงอายุคือแหล่งพลังการพัฒนาประเทศ และเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ดิฉันเห็นว่า นี่คือภารกิจลำดับแรกเพื่อเปลี่ยนผ่านความรู้ความเข้าใจ และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกท่ามกลางแนวโน้มประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน"

รองนายกรัฐมนตรีสั่งให้เดินหน้าปรับปรุงนโยบายที่รับมือกับภาวะประชากรผู้สูงอายุให้มีความสมบูรณ์ ยกระดับคุณภาพระบบโรงพยาบาลเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลสุขภาพ ตลอดจนเร่งจัดทำแฟ้มประวัติการดูแลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้สูงอายุทั่วประเทศ และเชื่อมโยงเข้ากับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง.