บทความระบุว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติต้องยกระดับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เป็นเนื้อหาหลักของความมั่นคงระดับชาติและความมั่นคงด้านมนุษย์ เวียดนามต้องยึดมั่นในทัศนะที่ว่า ต้องพัฒนาสีเขียว อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มหาสมุทรและการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต้องเป็นเสาหลักของรูปแบบการพัฒนาประเทศในศักราชใหม่ ซึ่งเพื่อปฏิบัติเป้าหมายดังกล่าว ต้องเน้นปรับปรุงความคิดเกี่ยวกับการพัฒนา กลไกธรรมภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมที่ถือธรรมชาติเป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทุกยุทธศาสตร์ การวางผัง แผนการและโครงการพัฒนาต้องอยู่ในความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ ขีดความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความต้องการปกป้องสุขภาพของประชาชน ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนสีเขียวในรูปแบบการขยายตัว โครงสร้างพลังงาน การผลิต การบริโภคและการพัฒนาเมือง ซึ่งการปรับเปลี่ยนสีเขียวต้องเป็นพลังขับเคลื่อนให้แก่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นอกจากนี้ ต้องพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลแห่งสีเขียว ทันสมัย มีความรับผิดชอบ ผสานกับการปกป้องอธิปไตย การประกอบอาชีพของประชาชนและสันติภาพทางทะเล โดยเวียดนามจะกำหนดรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลที่ทันสมัยบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์เทคโนโยี ข้อมูล การอนุรักษ์ระบบนิเวศ การพัฒนาระบบท่าเรือสีเขียว พลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่ง เป็นต้น ควบคุมการจับปลาอย่างผิดกฎหมาย ปกป้องทรัพยากรสัตว์น้ำ ยกระดับชีวิตของชาวประมง ฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสต์ระดับชาติ การสร้างระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่อาศัยวิทยาศาสตร์ ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล การเข้าร่วมของสังคม ค้ำประกันความเท่าเทียมในการปรับเปลี่ยนสีเขียว ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมและมหาสมุทร
เวียดนามเป็นประเทศริมฝั่งทะเลที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีชายฝั่งยาวกว่า 3พันกิโลเมตร มีเขตที่ราบลุ่มใหญ่ 2 แห่ง ระบบแม่น้ำลำธาร เมืองริมฝั่งทะเล มีชมรมชาวประมงหลายล้านคน ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำทะเลหนุน พายุ ปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม ดินถล่ม เป็นต้น
