นาย บุ่ยวันหงิ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำบราซิลได้ทบทวนความหมายทางประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติเดือนสิงหาคมและเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 1945 ณ กรุงฮานอย ที่ประธานโฮจิมินห์อ่านปฏิญญาเอกราช อันเป็นการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม เปิดยุคสมัยแห่งเอกราชและเสรีภาพ ในตลอดระยะเวลา 81 ปีที่ผ่านมา ประชาชนเวียดนามได้ก้าวข้ามผ่านสงคราม การแบ่งแยกประเทศ การถูกปิดล้อมคว่ำบาตร ภัยธรรมชาติ และความผันผวนระหว่างประเทศมากมาย โดยยังคงยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตย เอกราช เอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดน ควบคู่กับการฟื้นฟูและพัฒนา
เมื่อกล่าวถึงความสัมพันธ์เวียดนาม - บราซิล เอกอัครราชทูต บุ่ยวันหงิ ยืนยันว่า บราซิลนับวันยิ่งมีความสำคัญในนโยบายต่างประเทศของเวียดนาม นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2024 ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้ก้าวเข้าสู่ระยะแห่งการพัฒนาใหม่ ปัจจุบัน บราซิลเป็นหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในอเมริกาใต้ โดยมูลค่าการค้าต่างตอบแทนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 บรรลุเกือบ 5 พัน 5 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าต่างตอบแทนอยู่ที่ 1 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 เวียดนามพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้บราซิลส่งเสริมความสัมพันธ์กับอาเซียนและภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ขณะเดียวกันก็ถือบราซิลเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการขยายความร่วมมือกับอเมริกาใต้และลาตินอเมริกา
ในกรอบของงาน ผู้เข้าร่วมงานได้เข้าชมนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับประธานโฮจิมินห์และเส้นทางการปฏิวัติของเวียดนาม พร้อมทั้ง ศึกษาค้นคว้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูปที่โดดเด่นของเวียดนาม.
