เมื่อบ่ายวันที่ 28 สิงหาคม ณ สำนักรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ ในการนี้ นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ยืนยันว่า เวียดนามให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม - เยอรมนี พร้อมทั้งเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าขยายความร่วมมืออย่างรอบด้านและ แปลความมุ่งมั่นในการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เพิ่มการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนระดับสูงและผ่านทุกช่องทาง ตลอดจนใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิผล เพื่อสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน
สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง เสนอให้ทั้งสองฝ่ายสร้างความก้าวหน้าครั้งใหม่ให้สอดคล้องกับศักยภาพและระดับความสัมพันธ์ โดยมุ่งเพิ่มมูลค่าการค้า ต่างตอบแทน ให้อยู่ที่ 2 หมื่น ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเยอรมนีขยายการลงทุนในสาขาที่เป็นจุดแข็ง เช่น วิศวกรรมเครื่องกล อุตสาหกรรมยานยนต์ การแพทย์ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพิ่มการเชื่อมโยงตลาดการเงินและตลาดหลักทรัพย์ระหว่างสองประเทศ
นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ชื่นชมเยอรมนีที่ได้ให้สัตยาบันความตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรป (EVIPA) พร้อมทั้งเสนอให้เยอรมนีผลักดันให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่เหลือเร่งให้สัตยาบันความตกลงดังกล่าวโดยเร็ว ขณะเดียวกัน เสนอให้เยอรมนีสนับสนุนการที่คณะกรรมาธิการยุโรปเร่งยกเลิก “ใบเหลือง IUU” ต่อสัตว์น้ำของเวียดนาม
ในด้านกลาโหม ความมั่นคง ความร่วมมือด้านแรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง เสนอให้ทั้งสองประเทศขยายความร่วมมือด้านกิจกรรมรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ส่งเสริมรูปแบบการฝึกสอนอาชีพตามมาตรฐานเยอรมนีในเวียดนาม และแสดงความประสงค์ว่า รัฐบาลเยอรมนีจะขยายโครงการทุนการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มเติมให้นักศึกษาและเจ้าหน้าที่เวียดนามได้ศึกษาและทำวิจัยในเยอรมนี ส่วนนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ยืนยันว่า ความสัมพันธ์เวียดนาม - เยอรมนีกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี และมีพื้นฐานรวมถึงศักยภาพอย่างเพียงพอที่จะยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ พร้อมทั้งเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือในด้านคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ การเชื่อมโยงทางอากาศ การปรับเปลี่ยนสีเขียว และการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงดำเนินการตามกรอบ หุ้นส่วนด้านพลังงานเวียดนาม - เยอรมนี อย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรม เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีในระยะต่อไป ตลอดจนส่งเสริมโครงการวิจัยร่วม และขยายความร่วมมือด้านการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรในสาขาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์.
