โอกาสนี้ผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศต่างยืนยันว่า เวียดนามและไทยเป็นสองเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียนที่มีผลประโยชน์ด้านการพัฒนาที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น เมื่อเชื่อมโยงกันทั้งสองประเทศมีพื้นที่เศรษฐกิจร่วมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีประชากรเกือบ 175 ล้านคน และตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าโลก
หลังจากประกาศยุธทศาสตร์ความเชื่อมโยง 3 ด้านหรือ Three conects เพื่อแก้ไขอุปสรรค์ด้านความร่วมมือ ฟอรั่มได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากนักวิชาการและภาคธุรกิจ โดยนายสุวัชชัย ทรงวานิช เลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนามได้ย้ำถึงวิสัยทัศน์ด้านความร่วมมือว่า “แนวทาง Three conects ได้วางเส้นทางที่ชัดเจนให้แก่ทั้งสองประเทศ ตั้งแต่การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการพัฒนาสถานประกอบการในท้องถิ่น ไปจนถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”
จากมุมมองด้านการค้าและบริการ นาย สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการอาวุโสหอการค้าไทยแสดงความเห็นว่า ตัวเลขปัจจุบันยังไม่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ นอกจากแสดงความยินดีต่อเส้นทางบินใหม่ที่เชื่อมโยงศูนย์กลางการท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและโฮจิมินห์แล้ว นาย สนั่น อังอุบลกุล ยังตั้งความหวังต่อก้าวกระโดดของแหล่งเงินทุนและการค้าว่า “เป้าหมายมูลค่าการค้าต่างตอบแทนอยู่ที่ 2 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า ต้องมุ่งสู่เป้าไว้ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ผู้นำของเวียดนามและไทยได้กล่าวไว้ในฟอรั่มดังกล่าว”
ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจนี้ได้รับการแปรให้เป็นรูปธรรมผ่านข้อตกลงความร่วมมือหลายภาคส่วน นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและซีอีโอ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้กล่าวถึงโครงการร่วมทุนในการให้บริการประกันภัยการเดินทางกับเวียดเจ็ท โดยย้ำว่า “ในอนาคต เราจะขยายความร่วมมืออย่างครอบคลุมกับกลุ่มบริษัทเวียดเจ็ททั้งในด้านวัฒนธรรมและฟุตบอล ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดิฉันเชื่อมั่นว่า ความเชื่อมโยงหลายภาคส่วนนี้จะไม่เพียงแต่ส่งเสริมการค้าทวิภาคีอย่างเข้มแข็ง นำพาความก้าวหน้าของทั้งสองประเทศในทุกด้านเท่านั้น หากยังจะช่วยสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างเวียดนามกับไทยอีกด้วย”
ในฟอรั่ม ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือในหลายภาคส่วนในด้านปัญญาประดิษฐ์ การบิน พลังงาน และการเงินดิจิทัล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็นฝ่ายรุกที่เข้มแข็งของภาคเอกชน นี่ถือเป็นก้าวเดินที่เป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายของการขยายพื้นที่เศรษฐกิจร่วมระหว่างเวียดนามกับไทยให้ก้าวข้ามการค้าแบบเดิม ไปสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีนิมิตรหมายของอาเซียน.
