ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม นาย เจิ่น ทันห์ เหมิน ได้ย้ำถึงความสำคัญของการเยือนครั้งนี้ว่าเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของท่านเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างเวียดนามและไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการด้านการพัฒนาของทั้งสองประเทศในยุคใหม่และในโอกาสที่ทั้งสองประเทศฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

ส่วนนายกรัฐมนตรีไทยย้ำว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ร่วมมือที่ใกล้ชิดและยาวนาน ประเทศไทยเคยเป็นสถานที่ที่ประธานโฮจิมินห์อาศัยและเคลื่อนไหวปฏิวัติ ชาวเวียดนามหลายรุ่นได้อาศัยและทำงานอย่างประสบความสำเร็จในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสะพานแห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งได้ยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมืออย่างรอบด้านกับเวียดนามเสมอและหวังว่าสภาแห่งชาติเวียดนามจะสนับสนุนการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านเวียดนามและไทยให้มีความเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้นำทั้งสองท่านต่างแสดงความพอใจต่อพัฒนาการเชิงบวกในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศและย้ำว่า บนพื้นฐานของบันทึกความร่วมมือระหว่างสภาแห่งชาติเวียดนามและสภาผู้แทนราษฎรไทยที่ลงนามในปี 2023 ทั้งสองฝ่ายจะยังคงแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนในทุกระดับ ขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มสส.มิตรภาพ รวมทั้งระหว่างสมาชิกรัฐสภาหญิง และสมาชิกรัฐสภารุ่นใหม่ ตลอดจนประสานงานอย่างใกล้ชิดในเวทีพหุภาคี

สำหรับแนวทางความร่วมมือในอนาคต ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามและไทยในช่วงปี 2026 – 2031 อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความร่วมมือทางรัฐสภา ส่งเสริมบทบาทของกลุ่มสส.มิตรภาพและทุกหน่วยงานในของรัฐสภา กระชับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนิติบัญญัติและการตรวจสอบในอนาคต เสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสองเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้าทวิภาคี โดยมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้า 2 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน.