ในการเจรจา ผู้นำทั้งสองท่านได้เห็นพ้องที่จะเดินหน้าเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง และพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างรอบด้าน โดยเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งดำเนินโครงการปฏิบัติการขับเคลื่อนความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเวียดนาม - นิวซีแลนด์ ระยะปี 2025 - 2030 อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเห็นพ้องให้ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงดำเนินไปอย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ รวมถึงวิจัยการจัดตั้งกลไกการติดต่อโดยตรงหรือสายด่วนเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมข้ามชาติ และยืนยันว่า เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมีการสนับสนุนในระดับสูง ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องที่จะขยายขอบเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจากข้อตกลงการค้าเสรีที่ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิก เช่น ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP ข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP และข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หรือ AANZFTA นายกรัฐมนตรี คริสโตเฟอร์ ลักซอน ยืนยันว่า นิวซีแลนด์จะเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศมีโอกาสร่วมมือและลงทุนร่วมกัน ในการนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ชื่นชมการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพของรัฐบาลนิวซีแลนด์ พร้อมทั้ง แสดงความประสงค์ที่จะเดินพร้อมในการสร้างการเกษตรแห่งสีเขียว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการค้ำประกันความมั่นคงทางอาหาร

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะเดินหน้าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสร้างรัฐบาลดิจิทัล และระบบนิเวศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับด้านการศึกษา การท่องเที่ยว การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนให้เป็นพลวัตสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี

ผู้นำทั้งสองท่านยังยืนยันที่จะยกระดับความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ให้ความสนใจร่วมกันบนเวทีพหุภาคี โดยเฉพาะในกรอบสหประชาชาติ ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันอีกครั้งถึงความสำคัญของการให้ความเคารพกฎหมายสากลในภูมิภาคและการแก้ไขการพิพาทในทะเลตะวันออกด้วยสันติวิธี สอดคล้องกับกฎหมายสากล โดยเฉพาะอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลหรือ UNCLOS.