หลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านได้มีการหารือกลุ่มเล็กก่อนที่จะเข้าร่วมการเจรจาทวิภาคีเพื่อประเมินผลความร่วมมือในเวลาที่ผ่านมาและเสนอแนวทางความร่วมมือในเวลาที่จะถึง นี่เป็นการกลับมาเยือนเวียดนามในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่การเยือนครั้งแรกของนายโดนัลด์ ทัสค์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีโปแลนด์เมื่อปี 2010 ซึ่งมีขึ้นในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านานและความร่วมมือในหลายด้านระหว่างสองประเทศกำลังพัฒนาอย่างดีงามและเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลโปแลนด์ต่อเวียดนาม ก่อนที่จะเดินทางถึงกรุงฮานอยเมื่อบ่ายวันที่ 25 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ โดนัลด์ ทัสค์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในนครดานัง

ในการเจรจา นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ย้ำว่า

"เวียดนามให้ความสำคัญและมีความประสงค์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านานและความร่วมมือในหลายด้านกับโปแลนด์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญชั้นนำของเวียดนามในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ผมชื่นชมและให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อการที่ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนและตัดสินใจยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ในโอกาสการเยือนของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการกำหนดแนวทางใหญ่เพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพความร่วมมือระหว่างสองประเทศมาในเวลาที่จะถึง"

ส่วนนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสค์ ได้แสดงความประทับใจต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกของเวียดนาม พร้อมทั้งยืนยันว่าเวียดนามเป็นหนึ่งในตัวอย่างดีเด่นในการแปรความขยันหมั่นเพียร ความปรารถนาที่จะก้าวไปข้างหน้า และคุณค่าของสันติภาพ ให้กลายเป็นพลังแห่งการพัฒนาที่ชาญฉลาด

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังการเจรจา นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง เผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุความเห็นพ้องระดับสูงในหลายด้าน โดยเฉพาะ นายกรัฐมนทั้งสองท่านได้อนุมัติแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการเพื่อกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนเวียดนาม-โปแลนด์ช่วงปี 2026-2030

เพื่อปฏิบัติกรอบความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้เป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง เผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องเกี่ยวกับการปฏิบัติกลุ่มมาตรการใหญ่ได้แก่ การส่งเสริมความไว้วางใจทางการเมือง การสร้างก้าวกระโดดในความร่วมมือด้านศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน การประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหภาพยุโรปหรือ EVFTA เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยกระดับมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 ผลักดันความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ให้เป็นเสาหลักใหม่ในกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ นำความร่วมมือด้านการศึกษา การฝึกอบรม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว แรงงาน และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนเป็นพื้นฐานที่ยั่งยืนสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี และการกระชับความร่วมมือในระดับพหุภาคี

ส่วนนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสค์ ย้ำว่าเวียดนามเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของโปแลนด์ในเอเชีย ศักยภาพความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังมีอีกมาก พร้อมทั้งเสนอให้ส่งเสริมดุลการค้าทวิภาคีให้มีความสมดุลมากขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการโปแลนด์ในการลงทุนในด้านเภสัชภัณฑ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารมายังเวียดนาม ก่อนการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือด้านการศึกษาและการท่องเที่ยว

สำหรับการประเมินเกี่ยวกับความหมายของการเยือนนี้ นาย ห่าหว่างหาย เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำโปแลนด์เผยว่า การเยือนเวียดนามของนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสค์ ได้รับการตั้งความหวังว่า จะสร้างโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนอย่างจริงจัง ปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าถึงตลาดและแก้ไขอุปสรรคต่อสินค้าของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อขยายพื้นที่ความร่วมมือไปยังด้านที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสีเขียว เทคโนโลยีควอนตัม และการฝึกอบรมแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง

ส่วนนาง โจอันนา สโกเชค อุปทูตสถานทูตโปแลนด์ประจำเวียดนามเผยว่า การเยือนของนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุและยืนยันด้านที่มีศักยภาพความร่วมมือมากที่สุดระหว่างทั้งสองประเทศ ได้แก่ การศึกษา การค้า ความร่วมมือในฟอรั่มระหว่างประเทศ วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน โอกาสนี้ จะมีการลงนามเอกสารสำคัญบางฉบับระหว่างสองประเทศ มีส่วนช่วยเสริมสร้างพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี.