![]() |
ซึ่งในการเจรจาทวิภาคีหลังพิธีต้อนรับ นายกฯเวียดนามเหงวียนซวนฟุกได้กล่าวแสดงความยินดีต้อนรับนายกฯตุรกีที่เดินทางมาเยือนเวียดนามเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการสร้างนิมิตหมายที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะกระชับการเเลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกระทรวง หน่วยงานและองค์การมิตรภาพ ให้การสนับสนุนกันในฟอรั่มระหว่างประเทศและร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การก่อการร้ายที่นับวันทวีความรุนแรงโดยยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนทุกความพยายามเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย สร้างสันติภาพและเสถียรภาพในทั่วโลก ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารืออย่างลึกซึ้งมาตรการผลักดันการค้าการลงทุนและยืนยันพยายามเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น4พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2020 ตลอดจนจะร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆในโอกาสครบรอบ40ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี2018
![]() |
หลังการเจรจานายกฯทั้งสองประเทศได้เป็นสักขีพยานการลงนามเอกสารความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆและได้ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งนายกฯเวียดนามได้ย้ำว่า“ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าความร่วมมือด้านการค้าเป็นเสาหลักที่ต้องให้ความสนใจก่อนซึ่งผมและท่านนายกฯตุรกีได้ให้คำมั่นในการอำนวยเงื่อนไขที่สะดวกแก่ท้องถิ่นและสถานประกอบการสองประเทศในการผลักดันการผระกอบธุรกิจและการลงทุนในด้านที่เป็นจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ก็ได้หารือในมาตรการเพื่อจำกัดและแก้ไขปัญหาการพิพาททางการค้าและการขายทุ่มตลาดรวมถึงความร่วมมือในด้านวัฒนะรรม การศึกษา การท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่ง”
ในวันเดียวกัน ประธานรัฐสภาเหงวียนถิกิมเงินก็ได้ให้การต้อนรับนายกฯตุรกีโดยแสดงความยินดีต่อการเยือนนี้และหวังว่าในกรอบการเยือนจะมีสัญญาลงทุนธุรกิจหลายฉบับได้รับการลงนาม ส่วนนายกฯตุรกีได้กล่าวว่า เวียดนามมีสถานะสำคัญในอาเซียนและตุรกีมีความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือกับเวียดนามและทุกประเทศในอาเซียน.


