นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเสริมสร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น จัดโครงการแลกเปลี่ยน การพบปะระดับสูงและกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ ส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน สร้างระบบการขนส่งที่หลากหลาย ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อความร่วมมือด้านรถไฟ ส่งเสริมความเชื่อมโยงกับประเทศและภูมิภาคอื่นๆ ส่งเสริมการพัฒนาการค้าทวิภาคีที่สมดุลและยั่งยืน เร่งปฏิบัติด่านชายแดนอัจฉริยะ สร้างเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุนและความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมต่างๆ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ยังแสดงความประสงค์ว่า ทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาและฝึกอบรมแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง สาธารณสุข ส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และปฏิบัติปีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเวียดนาม-จีน 2026-2027 ตลอดจนส่งเสริมกลไกความร่วมมือในระดับท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ ท้องถิ่นตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีจีน หลี่เฉียง ยืนยันว่า จีนถือเวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด จีนจะร่วมมือกับเวียดนามอย่างใกล้ชิดบนพื้นฐานของความเข้าใจร่วมกันในระดับสูง ส่งเสริมความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านต่างๆ พร้อมทั้ง ยืนยันว่า จีนพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างสองประเทศ ความเชื่อมโยงกับประเทศและภูมิภาคอื่นๆ ความเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรมและการค้าเกษตร สนับสนุนให้สถานประกอบการที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพขยายการลงทุนที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อค้ำประกันความมั่นคงด้านพลังงานและไฟฟ้า ตลอดจนการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน
นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทั้งในระดับภูมิภาคและโลกที่ต่างให้ความสนใจ พร้อมทั้ง ยืนยันถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อค้ำประกันให้การประชุมเอเปกปี 2026 และ 2027 ที่จะจัดขึ้นในประเทศจีนและเวียดนามประสบความสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะควบคุมและแก้ไขความขัดแย้งให้ดียิ่งขึ้น ธำรงสันติภาพและเสถียรภาพในทะเล และเสริมสร้างบรรยากาศที่อำนวยความสะดวกให้แก่การพัฒนาของแต่ละประเทศ.
