นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ฮารินี อมาราสุริยา สมาชิกหลายท่านของรัฐบาลศรีลังกา เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำศรีลังกา จิ่งถิเติม พร้อมเจ้าหน้าที่นักการทูตและตัวแทนชุมชนชาวเวียดนามในศรีลังกาจำนวนมากได้รอต้อนรับเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงเวียดนาม ณ สนามบินนานาชาติบันดาราไนเก ในกรุงโคลัมโบ

เช้าวันนี้ 8 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ณ ทำเนียบประธานาธิบดีศรีลังกา ประธานาธิบดี อนูรา กุมารา ดิสซานายาเก ได้เป็นประธานในพิธีต้อนรับเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม และคณะผู้แทนระดับสูงเวียดนาม โดยมีการยิงสลุต 21 นัด วงดนตรีกองทัพได้บรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ

ในการเจรจาหลังพิธีต้อนรับ ผู้นำทั้งสองประเทศต่างชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ดีที่สุด พร้อมทั้ง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางสำคัญเพื่อนำความร่วมมือของทั้งสองประเทศพัฒนาให้กว้างลึกทัดเทียมกับศักยภาพที่มีและยกระดับความร่วมมือทวิภาคีให้พัฒนาขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ ในการแถลงข่าวหลังการเจรจา เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำว่า

“ข้าพเจ้าและท่านประธานาธิบดีเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์เวียดนาม-ศรีลังกาขึ้นสู่ความเป็นหุ้นส่วนรอบด้าน โดยมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างและส่งเสริมความร่วมมือมิตรภาพ สร้างความไว้วางใจทางการเมืองในระดับสูง และขยายขอบเขต ระดับความร่วมมือตามแนวทางที่ครอบคลุมและจริงจังในทุกด้าน กระชับความร่วมมือในด้านการเมือง กลาโหมและความมั่นคง ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเกษตร พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ร่วมกัน เราเห็นพ้องที่จะดำเนินมาตรการที่เป็นก้าวกระโดดเพื่อบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเร็วเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศในอนาคต สถานประกอบการของเวียดนามยังแสดงความพร้อมที่จะขยายการลงทุนในศรีลังกา โดยมุ่งสู่โครงการเชิงยุทธศาสตร์และเชิงสัญลักษณ์ระหว่างสองประเทศ เพื่อมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของศรีลังกา และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ”

ในโอกาสนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม และประธานาธิบดีศรีลังกาได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือในด้านความมั่นคง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม การสื่อสารและประชาสัมพันธ์.

นี่เป็นการเยือนศรีลังกาครั้งแรกของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศเวียดนาม อันเป็นการยืนยันถึงการให้ความสำคัญของเวียดนามต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างเวียดนามกับศรีลังกา และเป็นโอกาสเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่