เอกอัครราชทูต โตนถิหงอกเฮือง หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรเวียดนามประจำอาเซียน เผยว่า การเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ของนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึงในฐานะผู้นำรัฐบาลเป็นครั้งแรก จะมีส่วนร่วมที่สำคัญต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน อาหาร และแรงกดดันจากการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ รวมถึงโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น กรอบความร่วมมืออาเซียนเพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เวียดนามจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติเนื้อหาที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆในปีประธานอาเซียน 2026 และวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่ประชาคมที่พึ่งตนเอง คล่องตัว สร้างสรรค์ และถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง เวียดนามจะร่วมมือกับอาเซียนต่อไปเพื่อให้ความสำคัญต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เสริมสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพและเสถียรภาพ ขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และกระชับความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนต่างๆเพื่อยืนยันถึงบทบาทสำคัญของอาเซียนในโครงสร้างระดับภูมิภาค
ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ คาดว่า นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง จะพบปะทวิภาคีกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะเป็นการพบปะโดยตรงครั้งแรกของนาย เลมิงฮึงห์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีกับบรรดาผู้นำอาเซียน ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีและความผูกพันของประชาคมอาเซียน
ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดั่งหว่างยาง ได้เผยว่า การเข้าร่วมของนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง เป็นการยืนยันว่า อาเซียนคือประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆในนโยบายการต่างประเทศของเวียดนามและแสดงถึงคำมั่นของเวียดนามต่อกระบวนการสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนในเชิงรุกอย่างเข้มแข็ง มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพต่อกิจกรรมของกลุ่ม ซึ่งเวียดนามจะเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกในการส่งเสริมประเด็นที่ให้ความสนใจพิเศษของปีประธานอาเซียน 2026 วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2045 ร่วมกับอาเซียนรักษาบรรยากาศสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ ส่งเสริมบทบาทเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในโครงสร้างภูมิภาค มีส่วนร่วมต่อประเด็นที่ให้ความสนใจของการประชุม โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงาน อาหารและการช่วยเหลือพลเมือง.
