บ่ายวันที่ 30 กันยายน ณ กรุงฮานอย ในการให้การต้อนรับหัวหน้าคณะผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมการประชุมผู้บริหารหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรที่ต้องการตัว นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ยืนยันว่า อาเซียนมักจะเป็นลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในนโยบายการต่างประเทศอยู่เสมอ ทั้งยังเป็นระเบียงความมั่นคงและพื้นที่การพัฒนาโดยตรงที่มีความสำคัญเป็นพิเศษของเวียดนาม เวียดนามให้คำมั่นที่จะเดินหน้ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและรับผิดชอบในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค พยายามร่วมกับประเทศสมาชิกในการเสริมสร้างความสามัคคีภายในกลุ่ม ให้ความสำคัญต่อข้อกำหนดของกฎหมาย สนับสนุนการเจรจา และส่งเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง เสนอว่า

"พวกเราต้องเดินหน้าส่งเสริมการลงนามข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการโอนย้ายผู้รับโทษจำคุกระหว่างเวียดนามและประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมทั้งเร่งรัดให้กระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่เอื้ออำนวยและเข้มแข็งยิ่งขึ้นสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนในการต่อต้านและปราบปรามอาชญากรรมประเภทต่างๆ โดยเฉพาะ ผู้ต้องหาตามจับ นอกจากนี้ พวกเรายังเสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการตรวจสอบ ติดตามจับกุมและส่งมอบผู้ต้องหาตามจับของประเทศหนึ่งที่สงสัยว่าหลบหนีอยู่ในอีกประเทศหนึ่งอย่างรวดเร็ว"

จุดเด่นที่สำคัญของการประชุมในครั้งนี้คือ ประเทศต่างๆ ได้เห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการร่วมและอนุมัติแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายและความสามารถด้านวิชาชีพที่เชื่อมโยงกับแถลงการณ์อาเซียนและแผนยุทธศาสตร์ช่วงปี 2026-2035.