เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เสนอให้ทั้งสองฝ่ายธำรงการพบปะในระดับสูง ปฏิบัติกลไกและข้อตกลงความร่วมมือที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นฝ่ายรุกในการขยายความร่วมมือในด้านใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาของแต่ละประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายควรให้ความสนใจต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม ความมั่นคงและกลาโหม การเชื่อมโยงสถานประกอบการและท้องถิ่น การศึกษาและการฝึกอบรม การสอนภาษาฝรั่งเศส วัฒนธรรมและการพบปะสังสรรค์ระดับประชาชน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยังเสนอให้ฝรั่งเศสส่งเสริมให้สถานประกอบการเข้ามาลงทุนและขยายการประกอบธุรกิจในเวียดนามมากขึ้น ผลักดันการให้สัตยาบันข้อตกลงว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรปหรือ EVIPA โดยเร็วเพื่อมีส่วนร่วมส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างสองประเทศ

ส่วนเอกอัครราชทูต โอลิวิเยร์ โบรเชต์ ยืนยันว่า ฝรั่งเศสมีความประสงค์ที่จะเดินพร้อมกับเวียดนามในศักราชใหม่นี้ พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมต่อการยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเมื่อปี 2024 และยืนยันว่า ในการดำรงตำแหน่งใหม่ จะยังคงให้ความสนใจและสนับสนุนการส่งเสริมความสัมพันธ์เวียดนาม-ฝรั่งเศสในทุกด้านในเวลาที่จะถึง.