รัฐมนตรีเลหว่ายจุง ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับ โดยเฉพาะระดับสูง พร้อมทั้งประสานงานและสนับสนุนกันในเวทีพหุภาคี องค์กรระหว่างประเทศ โดยฉพาะในขณะที่กรีซกำลังดำรงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติวาระปี 2025-2026 ทั้งสองฝ่ายควรขยายความร่วมมือด้านที่ยังมีศักยภาพสูง เช่น การขนส่งทางทะเล โลจิสติกส์ พลังงานหมุนเวียน วัฒนธรรม การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังเสนอให้กรีซสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่เหลือเร่งให้สัตยาบันความตกลงคุ้มครองการลงทุนเวียดนาม–อียู (EVIPA)โดยเร็ว

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศกรีซยืนยันว่า กรีซพร้อมเป็นประตูเชื่อมเวียดนามสู่ยุโรปและต้องการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีภายใต้นโยบายของกรีซต่อภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก

ทั้งสองฝ่ายยังหารือประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ พร้อมเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบสหประชาชาติ และยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน รวมทั้งการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีตามกฎหมายสากล โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ปี 1982.