นี่คือการประเมินของนาย คอลลินส์ ชอง ยิว เคียต นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมาลายา ประเทศมาเลเซีย ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเวียดนามเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นาย คอลลินส์ ชอง ยิว เคียต เผยว่า การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของท่านเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ส่งสารเชิงยุทธศาสตร์ว่า เวียดนามและไทยกำลังมุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่เศรษฐกิจอาเซียนที่ผสมผสานมากขึ้น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการลงทุนภาคเอกชน
สำหรับการเยือนสิงคโปร์ นาย คอลลินส์ ชอง ยิว เคียต กล่าวว่า สิงคโปร์ไม่เพียงแต่เป็นนักลงทุนของเวียดนามเท่านั้น หากยังเป็นตัวอย่างและหุ้นส่วนให้แก่การพัฒนาในระยะต่อไปของเวียดนามในด้านการบริหารจัดการดิจิทัล การผลิตขั้นสูง การเงิน พลังงานสะอาด ระบบนิเวศนวัตกรรม และการยกระดับห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย ในการสนทนาแชงกรีลา เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้มีส่วนร่วมในการยกระดับเสียงพูดและสถานะทางการทูตของเวียดนาม ยืนยันถึงบทบาทของการเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่กระตือรือร้นและมีความรับผิดชอบ พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาระดับภูมิภาค เช่น ความเป็นระเบียบในภูมิภาค ความมั่นคงทางทะเล และบทบาทของประเทศมหาอำนาจ
นาย คอลลินส์ ชอง ยิว เคียต ระบุว่า การเยือนฟิลิปปินส์ของท่านเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศเวียดนามในครั้งนี้ได้นำไปสู่ความสำเร็จที่สำคัญในความร่วมมือด้านความมั่นคง เวียดนามให้ความสำคัญต่อฟิลิปปินส์ไม่เพียงแต่ในฐานะหุ้นส่วนทวิภาคีเท่านั้น หากยังเป็นปัจจัยสำคัญในโครงสร้างความร่วมมือและความมั่นคงทางทะเลของอาเซียนอีกด้วย
การเยือนของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาของอาเซียนเท่านั้น หากยังช่วยส่งเสริมความไว้วางใจทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เสริมสร้างความสามัคคีและบทบาทเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในประเด็นระดับภูมิภาคอีกด้วย.
