เมื่อค่ำวันที่ 29 พฤษภาคม ณ ประเทศสิงคโปร์ ภายหลังเป็นผู้นำคนแรกที่กล่าวปราศรัยในการเสวนาแชงกรี-ลา ครั้งที่ 23 เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ตอบคำถามของผู้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็งในเวียดนามในเวลาที่ผ่านมา นโยบายการต่างประเทศและการปฏิบัติของเวียดนามที่มีส่วนร่วมรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาในภูมิภาคและโลก รวมถึงแนวทางรับมือของเวียดนามต่อวิกฤตพลังงานที่เกิดจากการปะทะในตะวันออกกลาง เป็นต้น ในการตอบคำถามจากผู้แทนของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์เกี่ยวกับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างองค์กรบริหารราชการให้กระทัดต่อนโยบายการต่างประเทศของเวียดนาม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้กล่าวว่า

“ปัจจุบันเวียดนามกำลังเร่งทำการปรับโครงสร้างองค์กรบริหารราชการให้กระทัด ปรับปรุงกลไกให้มีความสมบูรณ์ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในด้านธรรมาภิบาลของประเทศ ด้วยเป้าหมายสุงสุดคือ สร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อนโยบายการต่างประเทศของเวียดนาม หากช่วยให้เวียดนามสามารถดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่เป็นอิสระ พึ่งตนเองและมีความสัมพันธ์หลายรูปแบบหลายฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เวียดนามที่พัฒนาอย่างคล่องตัว มีระบบธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพจะเป็นหุ้นส่วนที่น่าไว้วางใจและมีความรับผิดชอบมากขึ้นต่อภูมิภาคและโลก”

เวียดนามถืออาเซียนเป็นพื้นทิ่เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของเวียดนาม อาเซียนที่สามัคคี พึ่งตนเองและมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคจะยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญให้แก่การธำรงสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกต่อไป

โอกาสนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยังตอบคำถามเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีเกิดใหม่ในเวียดนาม โดยย้ำถึง 3 ด้านที่เวียดนามต้องผลังกันในเรื่องนี้

“ หนึ่งคือ ความรับผิดชอบและควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ต่อการตัดสินใจที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกลาโหม เทคโนโลยียิ่งมีความทันสมัยมากขึ้นเท่าใด ความรับผิดชอบของมนุษย์ก็ยิ่งต้องมีความชัดเจนและถูกกำหนดอย่างเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ด้วย สองคือ ต้องปกป้องโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่พลเรือน หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการโจมตีหรือทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ สามคือ ต้องมีความโปร่งใสในการแบ่งปันข้อมูลและสร้างความไว้วางใจผ่านการสนทนาบนพื้นฐานของหลักการความสมัครใจ มาตรฐานทางเทคนิค และค่อย ๆ พัฒนาไปสู่กรอบความร่วมมือที่เข้มงวดมากขึ้นเมื่อมีฉันทามติ ตลอดจนใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนทั้งการผลิตและประกอบธุรกิจ รวมถึงด้านกลาโหม การทหารและความมั่นคง”.