เอกอัครราชทูตฝ่ามกวางวิงห์ (Photo baotintuc.vn)

เอกอัครราชทูต ฝ่ามกวางวิงห์ เผยว่า การเข้าร่วมการพบปะเอแอลจีและการประชุมครบองค์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีเวียดนามมีความหมายสำคัญในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีการผันผวนพร้อมกับการขยายตัวของลัทธิคุ้มครองการค้า สะท้อนคำมั่นที่เข้มแข็งและความรับผิดชอบของเวียดนามเกี่ยกับการมีส่วนร่วมในการธำรงการพัฒนาอย่างคล่องตัว ยั่งยืนและเชื่อมโยงภายในอาเซียน การเข้าร่วมและส่วนร่วมของคณะผู้แทนระดับสูงเวียดนาม นำโดยนายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุ๊กในกิจกรรมเหล่านี้คือการสานต่อความพยายามของเวียดนามในกรอบความพยายามของภูมิภาคและโลกเกี่ยวกับการปฏิบัติเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน การขยายตัวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติวาระการประชุมปี 2030 เกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ พร้อมทั้งยืนยันบทบาทที่เข้มแข็ง เป็นฝ่ายรุกและมีความรับผิดชอบของเวียดนามในอาเซียน ซึ่งสะท้อนการให้ความสำคัญของเวียดนามต่อกลไกพหุภาคีระดับโลก เช่น สหประชาชาติ ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก พร้อมทั้งให้ความสำคัญต่อประเทศอินโดนีเซียเพื่อส่งเสริมบทบาทที่เข้มแข็งและยกระดับสถานะของเวียดนามบนเวทีภูมิภาคและโลก

ส่วนการเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีเวียดนามถือเป็นการยืนยันว่า เวียดนามให้ความสำคัญต่อบทบาทและสถานะของอินโดนีเซียบนเวทีภูมิภาคและโลก และมีความประสงค์ที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับอินโดนีเซียและสมาชิกอื่นๆในการสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สันติภาพ เสถียรภาพ สามัคคี เจริญรุ่งเรืองและขยายตัวอย่างยั่งยืน.