เมื่อวันที่ 16 กันยายน ด้วยเสียงสนับสนุนข้างมาก ธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25 % ขึ้นเป็นร้อยละ 3.75-4 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2023 ในสภาวการณ์ที่อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากราคาพลังงานและความไร้เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ของ Fed เผยว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นสิ่งที่จำเป็นในสภาวการณ์ที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับสูงและจะช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ร้อยละ 2 หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ Fed เปลี่ยนแปลงนโยบายคือแรงกดดันจากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงครามกับอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.4 ในเดือนสิงหาคม

หลังการประกาศของ Fed ตลาดหุ้นสหรัฐมีความผันผวนไม่มากเนื่องจากบรรดานักลงทุนได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงร้อยละ 1.21 ดัชนี S&P 500 ลดลงประมาณ 0.45% และ Nasdaq ลดลง 0.2%

ส่วนประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยทันที ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องหลายครั้งให้ลดอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากเห็นว่า ดอกเบี้ยเงินกู้สูงไม่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ.

นักข่าววีโอวีประจำประเทศสหรัฐ