ผู้แทนที่เข้าร่วมฟอรั่มฯ (VNA)

ในการกล่าวปราศรัยในพิธีปิด นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝ่ามมิงชิ้ง ได้สรุปผลเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่ได้รับความสนใจในฟอรั่ม เช่น ความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับโลก การส่งเสริมความสามักคี ความร่วมมืแและการสนทนา กำหนดการปรับเปลี่ยนแห่งสีเขียวและดิจิทัลคือแนวโน้มที่ไม่สามารถกีดขวางได้ เป็นการเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ของแต่ละประเทศในกระบวนการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ว่า หุ้นส่วนและองค์กรระหว่างประเทศจะเดินพร้อมและสนับสนุนเวียดนามต่อไปด้วยจิตใจแห่งความร่วมมือที่ "จริงจัง ซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพ" ฟอรั่มครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความร่วมมือในระยะยาวและยั่งยืนและมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ เอื้อประโยชน์ให้แก่ทุกประเทศและหุ้นส่วนระหว่างประเทศ ต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดและสร้างสรรค์ให้ฟอรั่มฯ พัฒนาเป็นเวทีแห่งการสนทนาเชิงยุทธศาสตร์ประจำปีที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาคและโลกเกี่ยวกับนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

รายการ " 60 นาทีกับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม" (VNA)

ในบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมรายการ " 60 นาทีกับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม" ภายใต้หัวข้อ "วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกำหนดเวียดนามในยุคแห่งการผงาด" โดยซีอีโอของ WEF Stephan Mergenthaler เป็นประธาน

ในการตอบคำถามของซีอีโอ WEF Stephan Mergenthaler เกี่ยวกับพลังขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามในยุคแห่งการผงาด นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้กล่าวว่า " เนื่องจากพัฒนาการเกษตร เวียดนามสามารถพ้นจากความยากจนในช่วงหลังสงคราม จากประเทศด้อยพัฒนากลายเป็นประเทศพัฒนา อุตสาหกรรมช่วยให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาในปัจจุบันโดยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ในระดับสูงและมีการขยายตัวในปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 8 ในอนาคต เรากำหนดว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายถึงปี 2045 จะกลายเป็นประเทศพัฒนาที่มีรายได้สูง ถึงแม้ว่า การตั้งเป้าหมายนั้นเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่เราก็พยายามทำเพื่อให้ประเทศเราพัฒนาและประชาชนอิ่มหนำผาสุขมากขึ้น"
สำหรับส่วนร่วมของเวียดนามต่อความพยายามร่วมของโลก นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ยืนยันว่า เวียดนามพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับ WEF ผลักดันการสนทนาที่นำผลประโยชน์มาต่อทั้งภูมิภาคที่กำลังเกิดการปะทะและนำสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาให้แก่ทุกประเทศเพื่อไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง.