ในกรอบของงานในระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม มีผู้แทนทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติประมาณ 1,500 คนเข้าร่วมการอภิปรายและการสนทนาในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเติบโต การปรับปรุงกลไกให้มีความสมบูรณ์ การเงิน เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ นวัตกรรม ซึ่งครอบคลุมถึงปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจหมุนเวียน โลจิสติกส์สีเขียว และการพัฒนาศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นาย เลเจื่องยวี ผู้อำนวยการศูนย์การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ณ นครโฮจิมินห์ ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน ได้เผยว่า จุดเด่นของฟอรั่มในปีนี้คือการจัดงานร่วมภายใต้แบรนด์ของฟอรั่มเศรษฐกิจโลก หรือ WEF ในวันที่ 27–28 ตุลาคม ซึ่งนี่ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในความร่วมมือระหว่างเวียดนาม โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์กับฟอรั่มเศรษฐกิจโลกและเป็นรูปแบบความร่วมมือที่แทบจะเป็นครั้งแรกของโลก โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ระหว่างภาคเอกชนกับภาคเอกชนและระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน

คาดว่าในเช้าวันที่ 28 ตุลาคม ภายหลังการประชุมเต็มคณะระดับสูง นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง จะเข้าร่วมการสนทนาเป็นเวลา 60 นาทีกับผู้บริหารระดับสูงของ WEF ในหัวข้อ “กำหนดสถานะของเวียดนามในอนาคตของโลก”

นอกจากนี้ ในกรอบฟอรั่มครั้งนี้ นครโฮจิมินห์จะประกาศโครงการลงทุน 12 โครงการของภาคธุรกิจทั้งภายในและต่างประเทศในด้านโลจิสติกส์ พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีเงินลงทุนจดทะเบียนรวมกว่า 1 หมื่น 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ .